| Tąέ™'s profileTaeSKPhotosBlogLists | Help |
|
|
August 26 Anniversaryครบรอบ 1 ปีแล้วสินะกับสัปดาห์วิทย์ปีที่แล้ว งานที่เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆอย่าง
ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้แค่ 1 ปีหรอกนะ มันเป็นปีที่ 2 แล้วต่างหากล่ะ!!! โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2548 ครั้งนั้น พี่มิกเป็นประธานโครงฯ ถือว่าเป็นโครงฯ แรกเลยก็ได้ที่ทำงานร่วมกับชมรมอย่างเต็มตัว ในครั้งนั้นรับหน้าที่เป็นพิธีกรคู่กับ กานต์ ซึ่งจะเป็นพิธีกรคู่ที่จะกิน
เด็กได้ง่ายๆ เอาคนโหดๆมาจับคู่กันอย่างนี้ เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ มากขึ้น
โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2549 เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะพิธีกรแล้ว แต่อยู่ในฐานะประธานโครงฯ ผู้รับผิดชอบงานทั้งหมด จากงานในปีที่แล้วทำให้รู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้น เป็น
งานที่เกิดจุดเริ่มต่างๆ มากมาย สุดท้ายจบงานรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดี ด้วยหลายๆเรื่องด้วยล่ะมั๊ง
และในปีนี้ โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2550 กลับมาอีกครั้งในฐานะ ประเมินผล ซึ่งรู้สึกว่า ลงไปยุ่งอะไรมากเกินไปมั๊ง บางทีการปล่อยให้อะไรมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ลงไปแก้บางทีมันก็ดีที่น้อง
จะได้รับเป็นประสบการณ์ แต่มันก็ขึ้นถึงกับหน้าตาของชมรม และมหาวิทยาลัยด้วย เลยทำให้วางตัวไม่ถูก แต่
ช่างเถอะ เพราะว่าไม่ได้ต้องการพูดถึงปีนี้ ต้องการพูดถึงปีที่แล้วมากกว่า
ปีที่แล้วในที่ประชุมชั้นปีในการเลือกตำแหน่งนั้น เรากำลังนอนกลิ้งๆ อยู่ข้างๆทราย และทำตัวเงียบ เพื่อที่จะหลีก เลี่ยงทุกๆอย่าง แต่จนแล้วจนรอดก็มีคนเห็นแล้วบอกว่า "อ้าว! ยังมีไอ้เต้เหลืออยู่นี่หว่า" "รับโครงฯนี้ได้มั๊ย"
แล้วจะให้พูดยังไง สุดท้ายก็เลยตามเลย พอถึงเวลาต้องางแผน ด้วยความที่ไม่ถนัดที่จะทำงานกับคนอื่นมากนัก
เลยเลือก ไอ้นัท มาเป็นอำนวยการด้วยอีกคน เพราะว่าทำงานคล้ายๆ กัน ก็น่าจะทำไปด้วยกัน ระหว่างงานเกิด
เรื่องราวมากมาย ทั้งการทำงานแล้วกินหมูก้อนคำเดียวเป็นข้าวเที่ยง ทั้งการที่รู้ว่าตัวเองรั่วมากๆ และผลการ
ประเมินที่ออกมาอยู่ในขั้นแย่มากจาก comment ของอาจารย์ที่เข้าร่วม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนิทกับน้องๆ
และเพื่อนๆ หลายคนมากขึ้น ตลอดจนน้องที่ถือได้ว่าสนิทที่สุดในปัจจุบัน ก็เริ่มต้นจากโครงฯโครงฯนี้ เมื่อปีที่
แล้วน้องคนนึงเกือบจะแทบเดินประกบผมเหมอืนเป็นเลขาโครงฯที่ต้องคอยเตือนผมตลอดเวลาในจุดที่ผมหลง
ลืมไป
ในปีนี้ภาพความทรงจำเมื่อปีที่แล้ว ค่อยๆหวนกลับคืนมา ตามเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ผมอยู่ตรงไหนเมื่อปีที่ แล้ว มีใครทำอะไรบ้าง สุดท้ายปีนี้ก็จบลงที่ร้านหมูกะทะสวนหลวงเหมือนเมื่อปีที่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้ว
คือความรู้สึกที่มีต่อใครหลายๆคน น้องคนนั้นที่คอยเดินตามเราในปีที่แล้วในปีนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมจะต่างกันไปก็
แค่คนรอบข้างที่ไม่มีพี่ภา ไอ้นัท และความสนิทที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แทบบอกได้ว่างานทุกงานที่
ผ่านมาจากวันนั้น ถึงวันนี้ทุกงานทำให้ค่อยๆสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็ผ่านมาแล้ว 1 ปี ก็ยังคงอยากให้ปีหน้าเป็นอย่างนี้ และเป็นต่อไปเรื่อยๆ ในทุกๆปีครับ ปล. ครบหนึ่งปีแล้วสินะ May 19 Failเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนี้ที่มหาลัยก็ว่าได้ล่ะมั๊ง
อยู่มาตั้ง 3 ปีไม่เคยเกิดอะไรอย่างนี้ขึ้นเลย ทั้งๆที่ปกติออกจะเข้าข้างจนถึงขั้น spoil เลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกแย่ๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้สิเนอะ รู้สึกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แย่มากถึงมากที่สุดกับความรู้สึก ทุกครั้งเคยบอกตัวเองว่า ยังไงก็ไม่ผิดเพราะไม่ผิด แต่ทำไมครั้งนี้ ถึงเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเอง หรือว่าอีกฝั่งกันแน่นะ กลัวเธอไม่อาจจะทน บางคนที่ป่วยทางใจ คนมีชีวิตละลาย จากวัยวันที่แสนนาน เอาเป็นว่าเผื่อความสบายใจ เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเองก็ได้ บางทีเจออะไรเข้าไปหนักๆ ก็เลยเป็นอย่างนี้ก็ได้ เธอเองจะเกลียดฉันไหม ในวันที่หากฉันพลั้ง ปรวนแปรและน่าชิงชัง และทำเธอเจ็บช้ำใจ คนเคยเก็บกดลำพัง คนมีความหลังทุกข์ทรมาน ที่ไม่มีคนเข้าใจ พยายามจะช่างมัน แต่ก็ทำไม่ได้สักที เอาเถอะ ช่างเถอะ สักวันคงจะดีขึ้นล่ะเนอะ เคยเธอเคยบ้างไหม ต้องทนทุกข์ทุรนทุราย เพราะใครสักคน ร้อนรนอย่างนี้ เคยเธอเคยรึยัง ถูกหักหลังด้วยความเป็นจริง ที่ตรงข้ามกัน เจ็บปวดเมื่อมันสายไป จำทนที่มันเลวร้ายลงไปทุกที ไม่มีหนทางแก้ไข ต้องเจ็บต้องช้ำที่เรานั้นมันโง่ไป อยากหลีกไปไกล ยังหลีกไม่พ้น นั่นแหละคือความกดดัน ที่ฉันต้องทนต้องเจอ ทุ่มเทใจให้เธอ มากมายจนเกิดตัดใจ ปล. คงบ้าๆไปเองล่ะมั๊ง ไปดูละครถาปัดดีกว่า ... January 29 SCCU Seminarเฮ้อ...
แค่นี้แหละไม่ต้องรออ่านอะไรต่อจากนี้ เพราะมันมีแค่นี้
ส่วนรูปเด๋วจะเอาลงเครื่องชมรมให้เร็วๆนี้ครับ
ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ แต่ปวดหลังอ่ะ - -" January 18 around meพี่
คนหัวโบราณกลุ่มหนึ่งที่มักจะมีอะไรดีๆให้เราเสมอ ... ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นจะมอง สิ่งที่เรียกว่า "พี่" ว่ายังไง แต่ด้วยความนิสัยไม่ดีบางอย่างของผมที่ชอบแบ่งคนออกเป็นกลุ่มๆ ก็จะแบ่งออกเป็น พี่ชาย-พี่สาว, พี่, และรุ่นพี่ ถามว่าทำไมถึงต้องแยกอกเป็นอย่างนี้น่ะหรอครับ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวล่ะมั๊งครับ
สำหรับ พี่ๆ ที่มาอ่าน ผมก็คิดว่าพี่ๆ คงจะรู้ว่าพี่ๆ เป็นพี่แบบไหนของผมนะครับ แต่ยังไงก็เป็นพี่ทุกคนล่ะครับ
---
เพื่อน
คนที่คอยอยู่กับเราไม่ทิ้งเราไปไหน ... ยังไงมันก็ต้องแบ่งอยู่ดี คงจะเป็น เพื่อนสนิท, เพื่อน, และคนรู้จัก จะบอกว่าไป
---
น้อง
คนที่เราจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ ... สุดท้าย ยังไงผมก็ต้องแบ่งน้องออกเป็น กลุ่มคล้ายๆกับพี่นั่นแหละ น้องชาย-น้องสาว, น้อง, และรุ่นน้อง ส่วนมากน้องชาย-น้องสาวกับ น้องมักจะไม่แตกต่างเท่าที่ควรจะต่างก็ความเอาใจใส่เท่านั้นล่ะมั๊ง
น้องๆ ถ้าได้มาอ่าน และพี่เคยเลี้ยงข้าว หรืออะไรก็ตาม อยากให้รู้ไว้นะครับ ว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่รุ่นน้อง และอย่าพยายามยัดเยียดอะไรให้พี่นะครับ ถามว่าการเลี้ยงข้าวเนี่ย มันไม่ทำให้พี่มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพราะถูกสอนมาให้ดูแลน้องเสมอ อะไรที่ทำให้น้องๆได้ก็ทำไป เพื่อที่น้องๆเวลาอยู่ในฐานะพี่แล้ว อยากให้ทำอะไรดีๆ อย่างนี้ให้น้องๆ ต่อไป จำไว้นะครับ ไอ้สิ่งที่พยายามยัดเยียดให้พี่น่ะ เก็บเอาไว้ เก็บเอาไว้ใช้กับน้องของน้องๆ นะครับ อยากให้อะไรดีๆอย่างนี้มันสืบต่อกันไป แค่เพียงคำว่า ขอบคุณ พี่รวมทั้งพี่ๆทุกคนที่ทำเหมือนพี่ ได้ยินคำนี้ก็เป็นสุขที่ได้ให้อะไรแก่น้องๆแล้วล่ะครับ
---
ปล. คิดถึงทุกๆคนนะครับ วันนี้ผมก็ยังสบายดีครับ October 28 Sci Week for 40th bookก็เอามาอัพให้อ่านกันเพราะว่า ต้นฉบับที่ส่งน้อง Mc ไป น้อง Mc ขอตัดอะไรทิ้งบางส่วน เพื่อให้เหมาะสมกับหนังสือ ก็เลยเข้าใจว่าทำไม นักเขียนกับบรรณาธิการ ถึงทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ไม่ได้ความหมายว่าจะว่าน้อง Mc นะที่ตัดบทความของเราออก น้อง Mc บอกว่าคุยกับ น้องต่อ แล้ว เห็นว่าสมควรตัดออก ก็ดีครับ มันจะได้ดีกับหนังสือด้วย แต่เผื่อใครอยากอ่านต้นฉบับจริงๆ ---------- -โครงงานตอบแข่งขันสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2549- ผมไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าผมถูกกลุ่มนิสิตจุฬาฯ ที่เรียกตัวเองว่า "ชมรมการศึกษา" จัดผมขึ้นมากี่รอบแล้ว เท่าที่ผมจำความได้ว่า ปีนี้ผมถูกเริ่มจัดโดยเริ่มจากกระดาษที่มีหัวพระเกี้ยว เขียนว่า "โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2549" เหมือนทุกๆ ปี สิ่งที่ผมเห็นว่าแปลกไปก็คือ ปีนี้ใช้ 2549 แทนที่จะเป็น 2548 เหมือนปีที่แล้ว แล้วก็รายชื่อผู้รับผิดชอบโครงงานที่ต่างไป ตัวผมที่ตอนนี้เป็นกระดาษปึกนี้ ก็ถูกนำเข้าที่ประชุม มีนิสิตจุฬาฯ มากมายต่างยกมือรับรองผมให้ถูกจัดออกมาได้ แต่มีบางส่วนยกงดออกเสียง ซึ่งส่วนนั้นเท่าที่ผมสังเกตได้คือ เป็นคนที่มีรายชื่อเป็นผู้รับผิดชอบทั้งนั้น เมื่อผมพิจารณาข้อความที่เขียนอยู่บนตัวผมขณะนี้ เขียนไว้ว่า "สถานที่ดำเนินงาน : ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง)" วู้ๆ ปีนี้ผมจะได้ไปท้องฟ้าจำลอง แต่เมื่อผู้รับผิดชอบจัดผม ที่ไปผมจะเรียกเขาว่า "ชกศ" ได้ไปคุยกับผู้ให้การสนับสนุนในการจัดผมขึ้นมาในครั้งนี้ซึ่งเขาก็คือ "สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมมราชูปถัมภ์" ปรากฏว่าปีนี้จะได้ไปที่ ไบเทค บางนา แทน ผมเริ่มตื่นเต้นว่าปีนี้ผมจะได้ไปไกลกว่าที่เขียนไว้บนตัวผมในตอนนี้อีก แต่อีกไม่ถึงนาที ฝันผมก็สลายไปเพราะว่า วันที่ทางสมาคมจะให้ ชกศ จัดผมขึ้นมันตรงกับวันที่ ชกศ จะจัดพี่ชายต่างมารดาของผม เขาคือ "pre-ค่าย" ผมก็เลยต้องถูกจัดขึ้นที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ตลอดการทำงานผมเห็นกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ภายใน ชกศ ที่มาสนใจดูแลที่จะจัดผมขึ้น แต่ส่วนคนอื่นมากมายที่เหลือก็ต่างไปสาละวนกับการจัดพี่ชายต่างมารดาของผม ตลอดจนเตรียม "ค่ายผู้นำเยาวชนนักวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 13" น้องชายต่างมารดาของผมอีกคน ทำให้ผมเริ่มน้อยใจว่า ตกลงผมเป็นเพียงลูกขอ อนุภรรยา เท่านั้นหรือ แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนกลุ่มเล็กที่คอยดูแลผมไปเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้ได้แบ่งงานกันออกไป ตั้งแต่เดือนเมษายนผมเห็นกลุ่มคนกลุ่มนี้ ขอให้เพื่อนๆ และน้องๆ ของเขาช่วยออกข้อสอบเพื่อใช้ในการจัดผมขึ้นมา ทั้งวิชาฟิสิกส์ วิชาเคมี วิชาชีวะ และวิชาคณิตศาสตร์ จนแล้วจนรอด ข้อสอบที่คนกลุ่มนี้วานให้เพื่อนช่วยออกข้อสอบได้ส่งมาจัดวันที่จะจัดผมขึ้นเพียงวันเดียวเท่านั้น นับเป็นเวลาร่วม 4 เดือนเลยทีเดียว การประชุมแต่ละครั้งที่คนกลุ่มนี้นัดคนอื่นๆ มาประชุมเพื่อที่จะจัดผม แต่คนมาน้อยมากในทุกๆ ครั้ง เมื่อเทียบกับการประชุมของพี่ชายผม มันเป็นการตอกย้ำผมลงไปอีกครั้ง แต่บางอย่างก็ทำให้ผมรู้สึกดี เช่น กลุ่มคนที่ยุ่งกับการจัดพี่ชายผมบางส่วนเขาก็เดินเข้ามาในชีวิตของผม และช่วยคนกลุ่มเล็กๆ นั้นจัดผม โดยเข้ามารับในงานจัดอาหาร งานพิธีการ ซึ่งก็แบ่งเบางานของคนกลุ่มเล็กๆตอนแรกได้มากพอสมควร ถึงวันงานที่จัดผมขึ้นจริงๆ ยิ่งทำให้ผมดีใจมีคนสนใจตัวผมมากขึ้น พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ของคนกลุ่มเล็กๆนั้นมาช่วยงานในวันนี้กันอย่างมากหน้าหลายตา จนทำให้ผมลืมเรื่องเก่าๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไปจนเกือบหมด ผมวันนี้มีเด็กๆ และอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เข้าร่วมมากมาย ตลอดทั้งวันนี้มีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ผมเห็น ทั้งปัญหาของกลุ่มคนเล็กๆ ที่จัดผม ตลอดจนสิ่งที่สามารถเรียกว่าเพื่อนสำหรับคนกลุ่มนั้น ถึงจะมีปัญหามากมายเท่าไหร่ แต่ทุกๆ อย่าง ก็ถูกแก้ไปได้จากการช่วยเหลือของเพื่อน และคำแนะนำของพี่ ของคนที่รับผิดชอบผม ถึงบางอย่างจะแก้ได้ไม่ดีนัก บางคนอาจจะเห็นว่าผมไม่ได้เรื่อง แต่ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่การจัดอะไรขึ้นมามันไม่มีอะไรที่มันจะสมบูรณ์และยอดเยี่ยมในสายตาของคนทุกคนได้หรอก เพียงแต่ผมรับรู้ว่ากลุ่มคนที่จัดผมขึ้นมาเพียงพอใจในตัวผมแล้วเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว By ลูกเมียน้อย... ---------- เพ้อๆ เสร็จแล้ว ก็อ่านไปอย่าไปเครียดละกันนะครับ ทั้งน้อง Mc กับ น้องต่อ ที่เป็นคนทำหนังสือ 40 ปี ถ้าเห็นว่าพี่ไม่ควรเอามาลงในนี้ก็บอกกันได้นะครับ แล้วจะเอาออก เพราะตอนนี้ส่งไปแล้ว ลิขสิทธิ์ก็เป็นของกองบรรณาธิการเรียบร้อยแล้วเนอะ... ปล. งอน... October 16 Some thinks from Rayongกลับมาจากค่าย YLSC #13 แล้วครับ การไปค่ายครั้งนี้ ดูจะพิเศษกว่าทุกๆครั้ง เนื่องจากการไปค่ายที่ผ่านๆมา จะไปเป็นคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในค่าย แต่ครั้งนี้หน้าที่ของตัวเองหมดก่อนที่จะไปค่ายแล้ว และครั้งนี้ตัดสินใจไปทั้งๆที่ไม่มีงานที่ต้องรับผิดชอบ เพราะ "เพื่อน" เพื่อ "น้อง"
ก่อนถึงตัวค่าย ทำหนังสือค่ายนี้ ได้แสดงอะไรบางอย่างลงไปในหนังสือค่ายตามที่อยากบอกไว้ ส่วนตัวหนังสือค่ายนั้นออกมาก็ไม่เป็นทื่พอใจในสายตาตัวเองเท่าไหร่ พิมพ์ผิดเยอะ artwork หนังสือไม่สวย และอื่นๆอีกมากมาย สรุปคือ คนทำมันเฮงซวย แต่ก็ต้องขอขอบคุณ น้องแม๊ค ที่ช่วยเรียงหน้าก่อนไปส่งทำเล่ม เนื่องจากเช้าวันที่จะต้องส่งตื่นสาย ก็ขอบคุณจริงๆครับ
ถึงค่ายทำตัวเป็นตัว free แต่ก็สังกัดกับฝ่ายพัสดุ เพราะไปช่วย นัท กับ น้องชา เรื่องในตัวค่ายก็อยู่ห้องพัสดุไปเรื่อยๆ รายละเอียดอะไรคงจะไม่เขียน ค่ายนี้ 3 วันแรกเป็นวันที่มีความสุขกับการอยู่ค่าย ถึงแม้คืนแรกจะมีปัญหาในตอนประชุมนิดหน่อย แต่ก็ยังพอมีความสุขกันดี แต่ตั้งแต่การประชุมสุดท้าย ความสุขของค่ายนี้ก็หายไป เอาเถอะ จบไปแล้ว แต่สิ่งที่รู้สึกผิดที่สุดในค่ายครั้งนี้ คือ การที่ไม่สามารถจะปกป้องน้องและเพื่อนได้ ถึงจะรู้สึกแย่แต่ก็ยังดีใจ ที่ยังมีน้องเห็นเป็นพี่ที่มีความสำคัญพอที่จะให้บายศรีให้ได้อยู่ เดินมาหาให้บายศรีให้ ก็ขอบคุณน้องๆทุกคนที่เดินมาหา ถึงแม้จะเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องก็ตาม
แล้วการไปค่ายครั้งนี้ ก็มีเรื่องส่วนตัวที่จะต้องทำให้เสร็จ จนแล้วจนรอดก็พูดไม่ออก มันคับอยู่ในอก ทั้งๆที่ตอนแรกก็ตัดสินใจแล้วว่าจะพูดออกไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ตอนนี้ขอแค่นี้ก็พอใจแล้ว อยากเห็นแค่มีความสุข คอยดูแลอยู่ห่างๆ เพียงเท่านี้ตลอดไป ส่วนเรื่องที่เข้าใจผิดกัน ก็ยังไม่ได้เคลียร์ เอาเถอะ ค่อยมาจัดการทีหลัง
ไปค่ายที่โรงเรียนนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะว่าตามหน้าห้องต่างๆมีอะไรให้อ่าน ทั้งกลอนทั้งคติสอนใจ ทำให้บางครั้งที่รู้สึกอารมณ์แปรปรวน อ่านแล้วก็ช่วยบรรเทาไปได้เหมือนกัน แปลกเนอะ บางทีเพียงแค่ตัวอักษรที่เขียนไว้ ก็ทำให้คนสามารถคิดอะไรได้จาดสิ่งที่เขียนไว้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเจอเองในชีวิต เพียงแค่เอาปลายปากกาจรดกระดาษ หรือเพียงแต่ปลายนิ้วแตะแป้นพิมพ์ ก็สามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อความคิดของมนุษย์ได้ เป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
เมื่อเช้า สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย ฝันว่าเป็นคนทำให้น้องบางคนรู้สึกแย่และเครียด ว่ากันว่าฝันตอนรุ่งสางมักจะเป็นจริง หรือว่าที่เห็นน้องบางคนเครียดอยู่เมื่อวานจะเป็นเพราะเรา ทำให้ฝันออกมาอย่างนี้ แต่ในความรู้สึกของตัวเองแล้วก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน เพราะก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ
ปล. เพื่อนๆ น้องๆ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ กลับมาจากค่าย พักกันให้เยอะๆ นะครับ May 02 ครบ 3 ปีแล้วสินะวันนี้ วันที่ 2 พฤษภาคม 2549 ย้อยกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน วันที่ 2 พฤษภาคม 2546 เป็นวันแรกที่เริ่มสนิทกันกับ...
กับใครน่ะหรอ อยากรุ้อ่ะสิ เด๋วก็รู้ จริงๆแล้ววันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้วมันป็นวันแรกของ ค่ายปฐมนิเทศ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (นั่นแน่ พอรู้แล้วล่ะสิว่าจะพูดถึงใครบ้าง) ตอนนั้นเนี่ยก็กำลังจะขึ้น ม.6 แล้ว ได้รับงานจาก กน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลพี่เลี้ยงอีกที ผู้ดูแลที่ทำงานด้วยก็มี ป้าเกี๋ยง กะ ไอ้มะขามป้อมเดียว แต่ไม่ใช่ 2 คนนี้หรอกนะที่จะพูดถึง เพราะว่า รู้จักกันมานานแล้ว แต่นี่ต่างหากที่จะพูดถึง พี่เลี้ยง..
พี่เลี้ยงที่ดูแลอยู่เป็นพี่เลี้ยงสีแดง ก็มี โน้ต อาร์ม เสกข์ เจมส์ เบส ยุ่น (มีใครอีกวะ ลืม..!!!) แล้วก็แผนกร่วมด้วยช่วยกันจากฝ่ายอาหาร ยู กะ รัตชัย
คิดแล้วมันก็อยากดลับไปค่ายนั้นอีกทีอ่ะเนอะ ตอนนี้มันคงหมดโอกาสแล้วล่ะ จากตอนที่อยู่ค่ายในเวลาไม่นานนั้น ก็ทำให้ได้รู้จักกับหลายๆคนและปัจจุบันก็ยังคงรู้จัก และบางคนยังสนิทกันอยู่ เฮ้อ.. แก่แล้วก้งี้แหละ
จริงๆแล้วก็แค่จะเตือนตัวเองว่าได้มีน้องดีๆ มาจากค่ายนี้ก็หลายคน เป็นความทรงจำช่วงหนึ่งของชีวิตก็แค่นั้น
ปล. - ตอนนี้นั่งพิมอยู่ในห้องเรียนที่สหเวช(มันมี WLAN ให้ใช้) อาจารย์ก็สอนอยู่หน้าห้อง ก็พิมไปเรื่อยๆ - คนที่มีชื่ออยู่ในนี้ หรืออาจจะไม่มีชื่อ ก็คิดถึงทุกคนนะครับ |
|
|