| Tąέ™'s profileTaeSKPhotosBlogLists | Help |
|
July 23 Blah Blah Blahไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่รู้สึกว่ามัน บลา บลา บลา~
รู้สึกคุ้มที่ไม่ได้อ่านหนังสือไปสอบสำหรับวิชา spec iden org cpd เพราะว่า อ่านกับไม่อ่านค่าก็เท่ากัน คือ ทำได้เหมือนกัน อาจารย์แกเล่นให้ข้อมูลที่จำเป็นมาทุกอย่าง ไม่มีบรรยายหลักการ มีแต่การนำไปใช้ รู้สึกดีกับข้อสอบอย่างนี้จริงๆ
เร็วๆนี้อาจจะมีการย้าย blog ไปที่ไหนสักที่ คาดว่าอาจจะเป็น multiply หรือ wordpress หรืออะไรก็ตามแต่ จะดูสถานการณ์การใช้งานก่อน จะว่าไปก็ไม่ได้ย้ายสักทีเดียว แค่จะสร้าง blog เกี่ยวกับการถ่ายภาพของเราบ้างก็แค่นั้นเองครับ
เรื่องถ่ายภาพตอนนี้ในสมองคิดนู่นนี่เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งอยากถ่ายคนอื่น และถ่ายตัวเอง อย่างนี้มันต้องหาเหยื่อแล้วสิเนอะ ฮี่ๆๆ
เหลือวิชาสอบอีก 3 ตัว ตอนนี้กำลังขี้เกียจได้ที่ เทอมนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน เนอะ
แต่ก็อยากจะฝันให้นานที่สุด
มีความสุขดีครับช่วงนี้ มีความสุขแทบทุกวัน June 22 Diffขอเป็นผู้ใหญ่งี่เง่าเอาแต่ใจหน่อยละกันช่วงนี้
รู้อยู่ว่าผิดอ่ะนะ แต่ว่าแล้วยังไงอ่ะ ก็จะเป็นอย่างนี้แล้วไม ต้องขอโทษน้องๆบางคนที่ทำให้เรื่องราวมันใหญ่เกินไป
ขอโทษที่ทำให้พวกแกต้องทะเลาะกับเพื่อน ต้องขอโทษจริงๆครับ ส่วนอีกเรื่อง ช่างแม่ง..
ขอเป็นคนเลวเหอะ เบื่อแล้วที่ต้องทน ถ้าใครเคยอ่านอันเก่าๆก็จะพบว่า
ทนกับอะไรบางอย่างมานาน ไม่ว่าจะเป็นยังไง เพราะมันมีอย่างคนพวกนี้อยู่ มันถึงเปลี่ยนไม่ได้สักที ถึงส่วนหนึ่งมันจะเป็นเพราะเราเอง แต่ก็อีกส่วนที่มันส่งผลมันเป็นอย่างนั้น กูเซ็ง
---
ไม่รู้ว่าบางครั้งเราคิดเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า
ทำไมเขาถึงบอกอะไรกับเรา
ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเราจะเกี่ยวข้องด้วยรึป่าว ทั้งๆที่เราไม่ใช่ผู้ที่ดูแล แต่เขาก็ยังบอกเรา แทนที่จะบอกผู้ที่ดูแล อาจจะเป็นเพราะ
ความไว้ใจ หรือ?
ความสนิท หรือ? ความเชื่อ หรือ ความต่างๆนานา หรือ หรือว่าเขาอยากบอกเราเอง ?
แต่ถึงมันจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านมาและผ่านไป
ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่เราก็คิดกับเขามากกว่าคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา แต่ขอคิดเข้าข้างตัวเองให้มีความสุขหน่อยละกัน
สักวันเราคงบอกกับเขาว่าเราคิดยังไง
เมื่อเวลานั้นมาถึง... สักวัน.. May 30 Say again ...และแล้วสุดท้ายก็กลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเคย
มองดูรอบกายทุกคนต่างมีความสุข
"|
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายก่อนถึง SCIDAY
ผู้คนหลายหลากมากมายต่างฝ่ายต่างหน้าที่
ขะมักขเม้นเตรียมงานของวันพรุ่งนี้
รอที่จะต้อนรับน้องๆ ที่เพิ่งจะเข้ามาอย่างใจจดใจจ่อ
บ้างก็ซ้อมสันท์ บ้างก็เตรียมเพลงบายศรี
บ้างก็ฝึกตีกลอง บ้างก็เล่นคอนเสิร์ท
บ้างก็ทำของที่ระลึกต่างๆ
ทุกคนล้วนมีความสุขที่ข้างกายมีคนคอยเคียง
และพร้อมที่จะคอยดูแลกันและกันตลอดการทำงาน
\|
เห็นทุกคนมีความสุข จริงๆ แล้วเราก็น่าจะมีความสุขด้วย
แต่ในใจลึกๆ ก็ ...
*\
รู้สึกดีใจทุกครั้งที่ใครคนนั้นเดินเข้ามาพูดคน
แต่มันก็ทำให้รู้สึกว่ายากที่จะถอนทั้งตัวและใจ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้ไหม ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน
เมื่อได้อยู่ข้างๆ เขา ได้พูดคุยกับเขา
หรือเพียงได้แค่เห็นหน้าก็ตาม
-/
ถ้าความรักของผมปกติเหมือนคนอื่นก็คงจะดีไม่น้อย
ถ้าตัวผมเป็นคนธรรมดาปกติเหมือนคนอื่นก็คงจะดี
ถ้าผมมีความกล้า และเวลามาถึงเมื่อไหร่
ผมคงจะบอกกับเขาทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้ว่ามันจะเกิดอะไรก็ขึ้นตาม
ผมเตรียมใจยอมรับมันเสมอ
*/
ถ้าความรักผมเป็นเหมือนคนธรรมดา
ผมคงมีความกล้าเพียงพอที่จะบอกออกไป
\/
ผมไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้
การเป็นอย่างนี้ก็มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
ผมอยากจะเลิก ...
ผมพยายามเลิกไปกี่ครั้งก็ตาม
สุดท้ายผู้คนรอบข้างก็ยังคงติดภาพเดิมๆ
ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นอย่างนี้
ในเมื่อคนรอบข้างยังคงมองผมในแบบเดิมๆ
ถึงแม้ผมจะเลิกได้ก็คงมีแค่ผมเท่านั้นที่รู้
แล้วที่ผมทำไปจะมีประโยชน์อะไร
\"
ในเมื่อผมเป็นอย่างนี้
ในเมื่อผมเลือกเกิดไม่ได้
แต่ผมเลือกที่จะเป็นได้
.
ผมขอเป็นคนดีเพื่อคนที่ผมรักตลอดไป
.
สิ่งนี้คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คนอย่างผมทำได้ในเวลานี้
ps. อากรู้อะไรก็มาถามกันได้นะครับ
May 27 ???กำลังจะจบแล้วกับรับน้องก้าวใหม่ '50
ที่มีทั้งเรื่องที่มีความสุข และเรื่องเซ็งๆ ผ่านเข้ามามากมาย
ตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั๊ง
รู้สึกผิดที่ไม่ยอมทำงาน แต่ก็เพราะเรื่องหลายๆ เรื่อง
คอนเสิร์ต เศร้า เหงา หรือ ความสุข
จากที่ดูคนที่กำลังมีความสุขกับความรักของตัวเอง คอนเสิร์ตเมื่อคืนก็คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ แต่หากเป็นคนที่ผิดหวังกับความรัก คอนเสิร์ตเมื่อคืนก็คล้ายกับสิ่งที่คอยตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องที่ผ่านมา เพลงๆเดียวกัน แต่ถ้าคนฟังเป็นคนละคน คนละอารมณ์ ก็ให้ความหมายที่ต่างกันไปเสมอ 2 คืนที่ผ่านมา ที่นอนค้างอยู่ในชมรม
ฝันเกือบทุกครั้งที่นอนว่า กำลังวิ่งตามอะไรบางอย่างอยู่ อะไรบางอย่างนั้นก็คงมีหลายๆคนคงรู้ว่ากำลังวิ่งตามอะไรอยู่ หวังว่าตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นก็เป็นความสุขแล้วล่ะเนอะ ขอบคุณนะครับ สำหรับหลายๆ อย่าง
แต่ตอนนี้ก็ขอให้อย่าเพิ่งรู้อะไรก็แล้วกัน เนอะ~ ปล. ตอนนี้ผมมีความสุขดีครับ May 19 Failเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนี้ที่มหาลัยก็ว่าได้ล่ะมั๊ง
อยู่มาตั้ง 3 ปีไม่เคยเกิดอะไรอย่างนี้ขึ้นเลย ทั้งๆที่ปกติออกจะเข้าข้างจนถึงขั้น spoil เลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกแย่ๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้สิเนอะ รู้สึกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แย่มากถึงมากที่สุดกับความรู้สึก ทุกครั้งเคยบอกตัวเองว่า ยังไงก็ไม่ผิดเพราะไม่ผิด แต่ทำไมครั้งนี้ ถึงเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเอง หรือว่าอีกฝั่งกันแน่นะ กลัวเธอไม่อาจจะทน บางคนที่ป่วยทางใจ คนมีชีวิตละลาย จากวัยวันที่แสนนาน เอาเป็นว่าเผื่อความสบายใจ เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเองก็ได้ บางทีเจออะไรเข้าไปหนักๆ ก็เลยเป็นอย่างนี้ก็ได้ เธอเองจะเกลียดฉันไหม ในวันที่หากฉันพลั้ง ปรวนแปรและน่าชิงชัง และทำเธอเจ็บช้ำใจ คนเคยเก็บกดลำพัง คนมีความหลังทุกข์ทรมาน ที่ไม่มีคนเข้าใจ พยายามจะช่างมัน แต่ก็ทำไม่ได้สักที เอาเถอะ ช่างเถอะ สักวันคงจะดีขึ้นล่ะเนอะ เคยเธอเคยบ้างไหม ต้องทนทุกข์ทุรนทุราย เพราะใครสักคน ร้อนรนอย่างนี้ เคยเธอเคยรึยัง ถูกหักหลังด้วยความเป็นจริง ที่ตรงข้ามกัน เจ็บปวดเมื่อมันสายไป จำทนที่มันเลวร้ายลงไปทุกที ไม่มีหนทางแก้ไข ต้องเจ็บต้องช้ำที่เรานั้นมันโง่ไป อยากหลีกไปไกล ยังหลีกไม่พ้น นั่นแหละคือความกดดัน ที่ฉันต้องทนต้องเจอ ทุ่มเทใจให้เธอ มากมายจนเกิดตัดใจ ปล. คงบ้าๆไปเองล่ะมั๊ง ไปดูละครถาปัดดีกว่า ... April 15 Forgetลืม ...
หลายๆคนคนคงเคยพูดคำนี้ออกมา บางครั้งการลืมในสิ่งเล็กๆน้อยๆ มันก็คงไม่ได้เป็นอะไรเท่าไหร่นักหรอก แค่หากลืมอะไรที่มันใหญ่กว่านั้น ก็คง ... จริงๆแล้วสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ว่ามา แต่ละคนมักจะตีความหายที่ต่างกัน สิ่งเล็กๆน้อยๆอาจจะเป็นรายละเอียด หากเป็นรายละเอียดสำคัญ บางที มันอาจจะส่งผลกระทบมากกว่าสิ่งใหญ่ๆก็ได้ คิดอย่างนั้นมั๊ย ... ลืม ... ลืมเป็นอาการอย่างนึงที่เราไม่ได้นึกถึงอะไรบางอย่าง แต่มันก็เป็นเพียงอาการชั่วคราว ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่จะลืมได้อย่างถาวร บางทีการลืมก็อาจจะทำให้ลืมเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นได้ แต่เมื่อใดที่ถูกทำให้คิดถึงขึ้นมา เมื่อนั้น คำว่าลืมก็จะหายไป และส่งผลกระทบมาถึงตัวเราให้ย้อนคิดไป คอยเป็นสิ่งที่เสียดแทงตัวเองเรื่อยมา ลืม ... อาจจะแบ่งได้ 2 แบบคือ ลืมสิ่งที่ต้องทำ ผลของการลืมอย่างนี้ส่วนมาก มักจะทำให้รู้สึกแย่ๆได้ หากลืมทำข้อสอบ ลืมไปว่า บลา บลา บลา เมื่อคิดขึ้นได้ผลของการลืมก็จะกลับมาเสียดแทง ว่าลืมไปได้อย่างไร แต่บางทีมันก็กลับเป็นบทเรียน ที่ทำให้ครั้งหน้า ห้ามลืม ลืมสิ่งที่ผ่านมาในอดีต บางทีอาจจะเป็นอดีตอันเลวร้าย ที่หลายๆคนไม่อยากจะคิดถึงมัน หรือเป็นอดีตอันหอมหวาน ซึ่งลืมไปโดยกาลเวลา แต่เมื่อใดถูกกระตุ้นขึ้นมา มักจะตามกลับมาด้วยความเจ็บปวด หากเรื่องที่ลืมเป็นเรื่องเลวร้าย ก็จะคิดถึงตอนนั้นว่าทำไมเป็นอย่างนั้น แต่หากเป็นเรื่องสุขสันต์ ก็มักจะเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ที่เลวร้ายกว่าที่เคยผ่านมา ลืม ... ว่าแต่ผมลืมอะไรไปรึปล่าวเนี่ย ... ปล.ตอนนี้ยังคงสบายดีครับ April 11 Rotตอนนี้สภาพกำลังเปื่อยได้ที่เลย
พยายามใช้สมองอันน้อยนิดกระจิ๊ดริดกระจ้อยร่อย
คิด
คิด
และคิด
ว่าแบบประเมินการเรียนรู้ของโครง chevron ทำยังไงดี
วันนี้(11 เมษา) นั่งอยู่ที่ฝึกงาน
ไม่ได้ทำงานอะไรเลยนอกจากงานประเมินของชมรม
เอายังไงดีหว่า... ไม่รู้เหมือนกันว่า คิดถูกรึปล่าวที่มาทำงานนี้
หรือว่ามันเป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อไป
และทำให้ดีที่สุด
รู้สึกกดดัน... ที่จะต้องทำงานต่อจากพี่พร้อม
การที่ทำงานอะไรของปีที่ผ่านมาให้ดี มันก็เป็นเรื่องดี
และมันยังเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนที่ทำปีนี้ ทำให้ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าปีที่แล้ว
แต่ในทางกลับกัน...
มันก็เป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำปีนี้ได้เช่นเดียวกัน
บางทีที่เป็นอยู่อย่างนี้เพราะว่าตัวเราอาจจะกำลังก่อสร้างกำแพงรอบๆตัวก็ได้
พรุ่งนี้คงเรียกไอ้ม่อน ไปนั่งคุยกันที่มหาลัยแหละ ถ้าให้ดีก็จะลากน้องๆ แล้วก็วิชาการไปคุยด้วยให้ได้
รู้สึกแย่ๆ กับการฝึกงานพอสมควร ที่ทำให้ไม่สามารถไปสิ่งที่อยากทำได้อย่างอิสระ
อยากจะกลับไปนั่งอยู่ที่ๆ เคยอยู่
คุยกับคนคุ้นเคยทุกวัน
เจอะหน้ากับผู้คนมากมาย
ใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างมีความสุขเหมือนเคย
---
เคยรู้สึกกันมั๊ยว่า
บางทีสิ่งที่เราคอยไล่ไขว่คว้า วิ่งตามเท่าไหร่ก็ไม่ทัน
แต่บางครั้งเมื่อเราหยุด เพราะเราเหนื่อย เราล้า
สิ่งที่เราตามนั้นก็มาอยู่ตรงหน้าเรา มาทักทายเรา
ให้เรามีกำลังใจที่จะวิ่งไล่ตามต่อไป
ถึงแม้สิ่งนั้นจะไม่รู้หรอกว่าเราไล่ตามอยู่
---
อย่าเพิ่งรู้ว่าฉันนั้นคิดอะไรก็แล้วกัน
ปล่อยให้ฉันได้ฝันได้เพ้อนานๆ อีกซักหน่อย
แค่เท่านี้ก็ดีอยู่แล้วถึงมันจะเลื่อนลอย
อาจเป็นเพียงความฝันน้อยๆ แต่ฉันก็จะคอยต่อไป
---
ขอบคุณหลายๆ คนที่คิดถึงกัน
ขอบคุณบางคนที่ยังเป็นห่วงกัน
ขอบคุณหนึ่งคนที่ยังคอยให้คิดถึง
ปล. อยากอยู่ในความฝันเดิมๆตลอดไป วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ April 03 In my mindรู้สึกเซ็งๆ เบื่อๆ
มาฝึกงานมันก็ยังไงก็ไม่รู้ รอ present วันที่ 20 ตอนนี้งานที่ต้องทำเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ถ่ายรูปแล้วก็จัดหน้ากระดาษ ก็พร้อมประชุมแล้ว แล้ววันอื่นๆ จะทำอะไรล่ะเนี่ย ก็คงจะหนีงาน CT ไปทำ LAB ไปทำ R&D แล้วก็ QC สีที่ตัวเองปั่นเองทำเองขึ้นมา น่าเบื่อเนอะ วันๆนึงก็นั่งเล่นคอมคุย m โหลดไฟล์บ้าบอคอแตก นั่งเพ้อ นั่งบ้า รอเวลาเลิกงาน เซ็ง
วันๆนึงอยู่บนรถเดินทางวันละ 5 ชั่วโมง ตอนนี้ยังโอเคไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เมื่อมันจะต้องฝึกถึงปลายเดือนพฤษภาเนี่ยสิ กลางเดือนโรงเรียนก็เปิดเทอมกันแล้ว แล้วรถมันจะติดขนาดไหนล่ะเนี่ย จากวันละ 5 ชั่วโมง จะกลายเป็นเท่าไหร่ล่ะเนี่ย -"- เซ็งวุ้ย
กะว่าจะขอลางานตั้งแต่ 18 พค จนหมดฝึกงานเลย ปล่อยลูกท้อ ช่างหัวป้า ไม่อยากลาก็ไม่ต้องลา กะให้อาจารย์ทำเรื่องลาให้เลยล่ะ เพราะยังไงวันที่ 22-24 พค ก็ต้องไป chevron อยู่แล้ว แล้ววันที่ 30 พค ก็จะไปงานแรงพบคณะ ซึ่งวันที่ 31 พค เป็นวันประชุม CT ครั้งสุดท้าย และพอมาดูหลังจากวันที่ 18 มีวันทำงานเหลือแค่ 4 วันเท่านั้น ก็เลยจะเหมาลาหมดเลย ถ้าอาจารย์ไม่ยอมทำใบลาให้ เด๋วก็จะเขียนใบลาเอง แล้วก็ส่ง อนุญาตรึปล่าวไม่รู้ แล้วก็จะไม่มาที่โรงงานอีกเลย จะทำงานอีกทีก็วันประชุมเลย หวังว่าคงจะได้ลา
บอกน้องๆที่เข้ามาอ่านเลยนะ ว่าถ้าไม่อยากทรมานอย่ามาลงโครงงาน CT มันทรมานมากๆ
เบื่อโว้ย...
มีอีกเรื่อง
ไม่รู้ว่าคิดดีแล้วรึปล่าวนะที่มาทำประเมินกับไอ้ม่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดยังไง แต่พอทำประเมินแล้ว งานอื่นที่อยากทำก็คงจะไม่ได้ทำแหละถ้าอย่างนั้น ถามว่าอยากทำอะไร อยากทำตั้งหลายอย่าง อยากทำ Photo อยากทำพัสดุอีก อยากทำสวก อยากทำอะไรที่ยังไม่เคยทำ และที่สำคัญที่สุด อยากไม่ทำอะไรเลย ฟังแล้วมันขัดๆ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ปิดเทอมนี้จบก็ขึ้นปี 4 แล้ว เรื่อง project ก็ยังไม่ได้ไปคุยกับพี่บิ๊กเลยว่าจะต้องเอาอะไรมาอ่าน จะต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะรอดมั๊ยเนี่ย ขึ้นปี 4 บอกตัวเองไว้แล้ว แล้วต้องทำให้ได้ คือตั้งใจเรียน ไหนๆ ก็ปีสุดท้ายแล้ว ขอโทษพวกไอ้ซิ่ง ไอ้เต๋า ไว้ก่อนเลยนะว่าต่อไปจะไม่นั่งเรียนกับพวกมันแล้วจะไปนั่งเรียนกะกานต์กะเจี๊ยบในอีกปีที่เหลือ เผื่อจะมีอะไรดีๆในชีวิตขึ้นมาบ้าง
จากการฝึกงานที่ผ่านมาทำให้ไม่อยากทำงานมากๆ และคิดว่ายังงก็จะตะเกียกตะกายเรียนต่อให้ได้ อยากจะเป็นนักวิจัย ไม่ก็เป็นอาจารย์ มากกว่าที่จะต้องมาทำงานในโรงงานแบบนี้ ดูแล้วมันไม่ใช่อะไรที่อยากทำเลย ดังนั้น เพื่อการที่จะเรียนต่อ 1 ปีที่เหลือเลยจะขอเรียนให้ได้อย่างเต็มที่ส่วนกิจกรรมก็คงยังทำอยู่แต่จะแบ่งเวลาให้ได้ จะต้องทำให้ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้คงจะต้องเอาจริงแล้ว เพราะถ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ต่อไปคงจะไม่รอดแน่ๆ
น้องๆ ทั้งสายรหัส ทั้งน้องชมรม ทั้งน้องชุมนุม ทั้งน้องโรงเรียน กลุ่มไหนก็ได้ ว่างๆไปหาอะไรกินกันเถอะนะๆ ได้โปรด คิดถึงโว้ย...
อยากไปเที่ยวโว้ย... คิดถึงนะครับ March 16 Be absent-mindedจะหมดสัปดาห์แรกของการฝึกงานแล้วล่ะ ก็โอเคนะ เอ๋อๆ ไม่รู้จะทำอะไร วันๆนั่งอยู่หน้าคอมแล้วก็อู้งานเล่นเนทไปเรื่อย...
ไม่รู้ว่าจะอัพอะไรเหมือนกัน เหมือนมีเรื่องมากมายอยากจะเขียนลงในนี้ แต่ก็มาคิดอีกทีว่าไม่เขียนดีกว่า
ช่วงนี้เกิดอาการเมายาบ้าๆ ไปหน่อย เล่นอะไรบ้าๆ กับใครเกินไปก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ
ปล. มาฝึกงานเหมือนโดนตัดขาดจากโลกภายนอกเลย คิดถึงทุกคนนะครับ February 24 Boringมาอัพช่วงก่อนสอบ เผื่อใครว่างๆจะเข้ามาอ่าน แต่ครั้งนี้เรื่องเครียดและเป็นการบ่น ถ้าไม่อยากอ่านเรื่องพวกนี้ปิดไปได้เลยครับ
เบื่อจะตายชักอยู่แล้วช่วงสอบ
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง ป้าต้องมา แล้วป้าก็มาอยู่ห้องพี่
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง พี่ก็เลยต้องย้ายมาอยู่ห้องเรา
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง พอป้ามาก็ต้องลงมานอนห้องแม่
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง มาอยู่ห้องแม่ แม่ก็เปิดทีวี
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง แม่เปิดทีวีเสียงดัง น้าข้างล่างก็เปิดทีวีเสียงดัง
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง มันหาที่อ่านหนังสือในบ้านไม่ได้เลยวะ
ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง กูต้องเป็นอย่างนี้วะ เชี้ย
สอบครั้งนี้ ทำไมรู้สึกเครียดกว่าทุกครั้งวะ เซ็งโว้ย
กูเบื่อ... กูรำคาญ... กูอยากอยู่บนห้องกู... กูไม่อยากเจอคนในบ้าน...
แต่ก็ดี ถ้ามัน F ขึ้นมา ก็จะได้รู้กันไปเลยว่าเพราะอะไร จะเรียนใหม่ก็ช่าง ไม่ก็ทำตามแฟชั่นไปกระโดดตึกบ้าง แต่ก่อนจะกระโดดขออาละวาดบ้านแตกก่อนละกัน เซ็งโว้ย
ไม่ต้องมาบอกนะครับว่าที่บ้านตัวเองหนักกว่าบ้านผม คุณไม่มาเป็นผมไม่รู้หรอก ว่าที่บ้านผมเป็นยังไง ดูเหมือนจะดีทุกๆอย่าง แต่ทุกอย่างมันก็เป็นแค่เปลือกนอก
สอบครั้งนี้ F ก็ช่างปะไร ใช่มะ บอกว่าจะสอบก็ยังทำกันอย่างนี้ ทำให้กูเครียดแล้วก็ปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก รู้รึยังล่ะทำไมผมถึงชอบอยู่ที่มหาลัย หรือโรงเรียนจนถึงดึกๆ ค่อยกลับ
เซ็งเหี้ย... February 09 Me too ...เอาล่ะ วันนี้ไม่มีอะไรมากมายนักหรอครับ แค่เห็นคนอัพ blog เยอะ ก็เลยมาอัพบ้าง อิอิ
วันนี้ เรื่องวุ่นๆ กับเรื่องสโม กับเพื่อนๆของผมจบลงได้ด้วยดีแล้วครับ เย้!! ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่สร้างความวุ่นวายให้ แต่ก็นะ เอา
เถอะ มันจบแล้ว อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บรอยเย็บ แล้วฉีกมันออกมาเลยเนอะ
ตอนนี้รู้สึกว่ามีงานเยอะมากอะไรขนาดนี้ ทั้ง propasal ทั้ง fat wax ทั้ง lab อีกมากมาย อ่อย~ รู้สึกเปื่อย หนังสือหนังหา ไม่ค่อยจะ
ได้เข้าเรียนเท่าที่ควรด้วยปัญหานานาประการ อยากจะอ่าน แต่ก็ไม่อยากอ่าน ตอนนี้อยากอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนเลยแม้แต่
นิดเดียว แต่ก็อยากอ่านหนังสือเรียนเหมือนกัน แต่อ่านแล้วมันทนอ่านไม่ได้ อ่อย~ เปื่อยเลย
วันก่อนตอนนี้ก็เคลียร์งานอะตอมเกมส์ที่ค้างอยู่ได้ไปส่วนนึงแล้ว คือ mascot ของแต่ละประเภทกีฬา วาดเส็ดหมดแล้ว รอแสกน แล้ว
จัดการแต่งรอไปก่อน ขอทำงานที่ต้องรีบส่งให้เส็ดก่อนละกันนะครับ
เรื่องความอยากส่วนตัวที่อยากจะลองไปดูงานที่ work point เค้าตัดต่อหรือทำอะไรเกี่ยวกับ graphic มากๆ ดูแล้วรู้สึกชอบ อยากทำให้ได้อย่างเค้าบ้าง อ่า
มีเรื่องเครียดๆ บางเรื่อง คือ ผมจะพยายามคุยกับเพื่อนผมหลายๆคนแล้ว ว่าอย่ากลืนน้ำลายตัวเอง ยังคงจำกับได้มั๊ยว่าปีที่แล้วเรา
บอกอะไรกันไว้ ว่าเราจะทำอะไร ก็ขอให้ทำตามที่บอกกันไว้นะครับ แต่สำหรับคนที่พลั้งไปแล้วก็ ยังมีโอกาสแก้ไขอีกเยอะครับ
อ้อ อีกเรื่อง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไหนๆก็โดนด่าบ่อยๆว่าอย่าพูดอย่างนี้ แต่ก็ยังจะขอพูดนะครับ เพื่ออะไรหลายๆอย่าง ถ้ามีอะไรไม่พอ
ใจผม ไม่ชอบใจผมตรงไหน อยากให้ผมปรับเปลี่ยนตรงไหน ก็บอกมาตรงๆเลยก็ได้นะครับ ถ้าผมทำได้แล้วไม่กระทบอะไรมากผมก็
จะทำให้ครับ ไม่ว่าจะให้ผมไปไกลๆ หรือจะให้ผมช่วยอะไร หรือจะให้ผมไม่พูดหรือไม่ทำอะไรก็ได้ครับ แต่ขอพูดกันตรงๆ นะครับ
แล้วตอนนี้ผมก็พยายามทำในสิ่งที่หลายๆคนบอกผมมาตรงๆอยู่ครับ
ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ February 06 In my mindผมเพิ่งรู้ว่าตัวผมนั่นไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ผมหรือใครๆเคยคิด ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรที่มันกระเทือนใจอะไรผมจริงๆ ผมคงจะไม่เคยต้องเสียน้ำตาให้ใครเห็นง่ายๆแน่ๆ แต่หลังจากกลับมาจากสัมมนา ผมรู้สึกว่าความเข้มแข็งที่ผมมีมันค่อยๆหายไป ทุกครั้งที่ผมสูญเสียอะไรบางอย่างไป ทั้งๆที่ก็บอกกับตัวเองหลายต่อหลายรอบแล้วว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ถึงอย่างนั้นยังไงผมก็พยายามจะเก็บอะไรหลายๆอย่างไว้ด้วยใบหน้าที่เห็นกันตามปกติ แต่หลังๆผมเริ่มเก็บมันไม่ได้ ผมว่าผมไม่ได้เป็นคนอ่อนไหวมากขนาดนั้น แต่ทุกครั้งที่มีอะไรสะเทือนจิตใจเล็กๆ ทุกครั้งตอนนี้ผมพร้อมที่จะปล่อยน้ำตาที่ผมเก็บไว้ออกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา หรือการเล่าเรื่องต่างๆ ของเพื่อน พี่ หรือน้องก็ตาม
แต่ก็ไม่แน่ จริงๆแล้วผมอาจจะเป็นคนอ่อนไหวอย่างนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ได้ ก่อนที่ผมจะสร้างตัวเองอีกคนที่ชื่อเต้ ที่กำลังคุยกับทุกคนอยู่ในทุกวันนี้ ไม่เคยมีใครเห็นตัวตนจริงๆของผมหรอก จะมีกี่คนจะรู้บ้างว่าผมไม่ใช่เต้ และเต้ก็ไม่ใช่ผม เต้เหมือนกับสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรบางอย่างเท่านั้น
วันก่อนผมยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าเทวาลัย ตอนที่เดินกลับมากจากการดูคะแนนสอบ civil ไม่ใช่ว่าคะแนนออกมาไม่ดีแล้วหมดเวลาถอนแล้ว คะแนนก็ไม่ได้ดูเลวร้ายมาก เพราะผมไม่ได้หวังอะไรกับการเรียนไม่ว่าจะวิชาอะไรไปมากกว่านี้แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมร้องไห้คือ วันนี้ผมเดินไปกับหอย แล้วหอยเล่าโฆษณาประกันชีวิต ที่เป็นเรื่องลูคีเมีย ให้ฟัง แล้วหอยบอกว่าหอยก็อยากเป็นแบบนั้นบ้างตามความคิดของหอย แต่พอผมฟังจบมันกลับทำให้ผมร้องไห้ได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกันผมอ่านเรื่องราวของปาฏิหารย์บนสวนบอร์ด น้ำตาของผมก็ไหลออกมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าผมได้ขาดอะไรหลายๆจากชีวิตไป
เมื่อวานน้องmc พูดถึงหนังสือ คู่มืออ่านคน แล้วผมก็บอกน้องไปว่าผมไม่กล้าอ่าน น้องmc ถามมาว่ากลัวว่าอ่านแล้วจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ใช่มั๊ย ผมก็ได้แต่ไม่ตอบ แล้วก็อื้อไป จริงๆแล้วสิ่งที่ผมกลัว ผมกลัวที่ถ้าผมอ่านคนออกมากกว่านี้ ผมจะเจ็บไปมากกว่านี้ และทุกครั้งผมมักจะยอมเจ็บเพียงคนเดียว จนน้องนัทบอกกับผมว่า เกลียดพวกคนดีอย่างนี้จริงๆเลย ทำแล้วมันมีอะไรดีมั๊ย มันทำให้ผมคิดจนต้องไปปรึกษาพี่ที่ผมไว้ใจได้ สองสามคนว่า ผิดมั๊ยถ้าเราจะยอมเจ็บคนเดียว จริงๆแล้วเจ็บคนเดียวมันก็ไม่ได้เจ็บอย่างเดียวเสมอไป มันมักจะเป็นความเจ็บที่มาพร้อมกับความสุขที่ได้ให้แก่คนที่เราพร้อมที่จะเจ็บแทนไปทุกครั้ง
บางทีผมอาจจะเป็นคนคิดมาก คิดฟุ้งซ่าน แต่ก็เพื่อจะหาคำตอบอะไรหลายๆอย่างให้กับตัวเอง บางทีการปล่อยวางแล้วทำให้ต้องมีคนเจ็บเพิ่มขึ้น มันอาจจะดีสำหรับผม แต่ผมเห็นคนที่ผมเป็นห่วงเจ็บไม่ได้ พี่อู๋เคยถามว่าแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่คนที่แกเป็นห่วงเค้าจะได้โต แล้วเดินเองได้สักที ผมก็ต้องยอมรับในจุดนี้อย่างน้อยมันก็เป็นความคิดนึงที่ทำให้ผมสามารถคิดอะไรได้บางอย่าง
---
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดๆไม่เกรง แม้ข้างนอกจะต้องเจอ กับเรื่องราวที่ใครข่มเหง แต่ฉันเองไม่คิด..กลัว จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ จะรอคอยฉันจริงๆ เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน ไม่ว่าวันเวลา จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร
ฉันยังคงมีแต่เธอ เป็นความหวังและความเข้าใจ พร้อมจะเก็บทุกสิ่ง ทิ้งความสุขทุกอย่าง และจะทำทุกทางเพื่อบ้าน..หลังนี้ ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน..ของฉัน
---
เหมือนผมเป็นคนไม่ดียังไงก็ไม่รู้ มีอะไรก็เอามาลงใส่ไว้ในนี้ เพราะผมรู้ว่าอย่างน้อยมีคนเข้ามาอ่านบ้าง อย่างต่ำก็สองสามคนที่ผมพอจะรู้ ไม่ได้ให้อ่านแล้วให้เครียดนะครับ
เรื่องบางเรื่องก็ทำให้ผมกินข้าวไม่ลงมาถึง 3 วันแล้วก็มี แต่พอมีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งต่อๆไปตามมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรมีความรู้สึกว่าตัวผมเองไม่ได้เครียด แต่ก็กินข้าวไม่ลงเพราะอยากอ้วก หรือว่าจะแพ้ท้องก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ
จบเรื่องเครียดๆ ซะที เคยนั่งดูตัวเองทะเลาะกันมั๊ยครับ สมัยที่ไม่ได้มีแค่เต้ กับผม แต่มีผมอีกคน ผมเคยนั่งดูเต้กับผมอีกคนทะเลาะกันด้วยล่ะ ตอนนั้นนั่งอยู่ที่สแตนด์ที่โรงเรียนนั่งดูตัวเองทะเลาะกัน นั่งอยู่เป็นชั่วโมง แต่มันก็สนุกดีนะ เหมือนในการ์ตูนที่มันมีร่างแยก เป็นเทพกับมารมาทะเลาะกัน ขำดี
อ่านมาอาจจะเห็นว่าผมเป็นพวกจิตไม่ปกติ ก็จริงๆอ่ะไม่ปกติอยู่เยอะเลยล่ะ พอรู้ตัวเหมือนกัน แต่ถามว่าในเมื่อรู้แล้วทำไมไม่เลิก ก็ต้องขอบอกว่าถ้ามันเลิกได้เลิกไปนานแล้ว พยายามแล้วครับ
มีคำถาม : รู้มั๊ยในเมื่อผมไม่ใช่เต้ แล้วผมชื่ออะไร
หลายๆคนคงงงกับคำถามล่ะมั๊ง อารมณ์คล้ายกับพี่ sap อ่ะครับ ที่จริงๆแล้วพี่เค้าก็ไม่ได้ชื่อ sap อยากรู้ว่าพี่เค้าชื่ออะไรก็ลองไปถามเค้าเองละกัน อิอิ
ปล. วันนี้ผมก็ยังคงสบายดีครับ January 29 SCCU Seminarเฮ้อ...
แค่นี้แหละไม่ต้องรออ่านอะไรต่อจากนี้ เพราะมันมีแค่นี้
ส่วนรูปเด๋วจะเอาลงเครื่องชมรมให้เร็วๆนี้ครับ
ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ แต่ปวดหลังอ่ะ - -" January 22 CT training seminarวันนี้ไปอบรมโครงการ CT หรือ เทคโนโลยีสะอาดมา ได้แนวคิดอะไรมาหลายๆ อย่าง เป็นความคิดแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ เด๋วจะเล่าละกัน เล่าเรื่องตอนเช้าก่อน
ตอนเช้าก่อนที่จะไปโรงแรมตะวันนานัด กานต์ ไว้ที่ชมรมตอน 8 โมงเพื่อไปให้ทันลงทะเบียนปิด 8 โมงครึ่ง ก็หวั่นๆอยู่ว่าจะไม่ทัน สุดท้ายก็ไปทันด้วยดี นั่งฟังบรรยายช่วงแรกจบ ก็มีปัญหาว่าโรงงานเปลี่ยน ก็เลยมีการจับคู่ใหม่ สรุปว่า ผมไปคู่กับ ป้าลูกท้อ แทน ไปฝึกที่ บางปู สาเหตุเพราะลูกท้อจะไปอยู่กะพี่ฟิต (ฮ่วย!!!)
ส่วนแนวคิดแปลกๆ ของวันนี้คือ มีคำถามว่า ถ้าอยู่ในไลน์การผลิตสลัด แล้วรับผิดชอบเรื่องการหั่นมะเขือเทศลูกใหญ่ ซึ่งใช้มีดไม่คมหั่น มันก็จะทำให้มะเขือเทศน้ำทะลักออกมาเลอะเขียง จะทำยังไง เพราะถ้าน้ำทะลักเลอะเขียง ก็ต้องล้างเขียงอีก เสียน้ำที่ต้องมาใช้ล้างเขียงอีก
คนส่วนใหญ่ ไม่สิ คนประมาณ 99.8% ก็ต้องตอบว่าไปลับมีดสิ หั่นแล้วจะได้ง่ายๆ น้ำไม่ทะลักออกมา
แต่ความคิดที่ได้มาวันนี้คือ
วิธีแรก ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย ก็แค่เปลี่ยนชนิดมะเขือเทศเป็น มะเชือเทศเชอรี่ แทน ก็จะไม่ต้องหั่น แต่อันนี้ก็ต้องไปดูเรื่องต้นทุนด้วย
แต่... สิ่งที่สุดๆกว่านั้นคือ
ลองออกแบบเขียงใหม่ ให้เป็นแนวเอียงนิดๆ แล้วจุดที่ต่ำที่สุดเจาะเป็นรู แล้วให้น้ำมะเขือเทศไหลลงไป เก็บไว้ขายเป็นน้ำมะเขือเทศสดจากเขียง ได้รายได้เพิ่มด้วย
อุ... คิดได้อย่างไรนั่น
ทำให้เห็นว่า บางทีการแก้ปัญหามันไม่ได้มีเพียงแค่ หนึ่ง หรือสอง มันมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแก้ปัญหานั้นยังไง
การไปประชุมอบรมครั้งนี้ ก็ได้เห็นอะไรมากขึ้น ดูสภาพการทำงานวิธีอื่นนอกเหนือจากที่เคยเจอมา วันนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มก้าวเข้าสู่โลกจริงขึ้นเรื่อยๆ เดินถือแฟ้มทำผัง process ประเมินคุณภาพ เหมือนกับกลายเป็นมนุษย์เดือนคนนึงแล้ว
วันที่ 13 กุมภาฯ วันก่อนวันวาเลนไทน์ ก็ต้องไปดูโรงงานทำไปการประเมินอย่างจริงจังแล้ว รู้สึกขี้เกียจยังไงก็ไม่รู้
ช่วงนี้อัพถี่แฮะ ไม่รู้เหมือนกันว่าอัพทำไม แต่ก็อยากเขียน(มั๊ง)
ปล. วันนี้ผมมีความสุขดีครับ
Football CU-TU #63งานบอล#63 จบแล้ว งานก็หมดไปอีกงานแล้ว ...
ไปงานบอลครั้งนี้เริ่มสงสัยตัวเองว่าเป็นอะไรกันแน่ บนป้ายเขียน สถานที่(ฉก.) ทำงานเป็นแรงงานทุกประเภท เหอๆ ครั้งนี้ก็เป็นงานบอลที่เหนื่อยพอสมควร กับการวางแผนแล้วทำไม่ได้ตามแผน จากหลายๆ สาเหตุ โดยสำคัญที่สุดคือ ฝั่งธรรมศาสตร์ปล่อยคนเข้ามาเยอะมากๆ จนไม่รู้จะกันคนยังไง
งานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ไม่รู้สิ รู้สึกว่าดูบอลแล้วเชียร์บอล ไม่สะใจเท่าจตุฯ หรือว่าโค้ดก็ไม่แข่งกันเหมือนจตุ (ถึงแม้ว่าป้าเกี๋ยงจะเป็นประธานโค้ดก็ตาม) บางที่กะลาที่ผมเคยอยู่ มันอาจจะเป็นกะลาที่ทุกอย่างดู perfect ในสายตาผมล่ะมั๊ง สนามที่ผมลงไปเดินเล่นมานับสิบครั้ง มีครั้งนี้ที่ผมต้องทำงานที่แปลกไป แต่เอาเถอะ ผมก็คิดว่างานนี้มันคงมีมนต์ขลังอะไรบางอย่างล่ะมั๊ง ที่ผมยังรู้สึกดีๆ กับงานนี้บ้าง เพียงแค่มันสู้จตุฯ ไม่ได้เท่านั้นเอง
ปีนี้ก็ได้รู้ว่าเพื่อนๆที่โรงเรียนมาจับงานนี้เยอะเหมือนกัน ทั้ง พฤกษ์ เกี๋ยง พบ อ๊อฟ แห้ว พิชญ์ โอ วี หมีพู โฟล์ค และคนอื่นๆอีก ดูๆแล้วมันก็นะ
อ้อ เกือบลืมได้ถ่ายรูปกะน้องบุช(คนถือป้ายมหาลัย)มาด้วย ยิ้มการค้าเหมือนเดิม รู้สึกว่าหัวเริ่มเถิกขึ้นเรื่อยๆแล้ว ฮ่าๆ
หมดเรื่อง ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะว่าจริงๆอยากจะเขียนตั้งแต่ วันเสาร์ แต่ก็เหนื่อย หลับไปซะก่อน เมื่อวานจะเขียนก็ไม่ได้เขียน เพราะว่าวุ่นๆ เลยลืมหมดเลย เอาเถอะจบแล้ว คิดว่างานแรงงานครั้งหน้าก็คงจะเป็นอะตอมเกมส์เลยล่ะ
แต่ ... จริงๆแล้ว จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ โอกาส อยากเขียนเกี่ยวกับ โอกาส ที่สมควรจะไขว่คว้าเอาไว้หรืออะไรก็ตาม เปิดดู blog ชาวบ้าน โดนน้อง mc ใช้หัวเรื่องชื่อคล้ายๆกัน แล้วข้างในก็มีเกี่ยวกับโอกาสด้วย ก็เลยเอาไว้ก่อนละกัน ค่อยเขียน
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่หลายๆคน พี่น้องและเพื่อน ได้หยุดพัก หรือไปเที่ยว พูดง่ายๆคือไม่ต้องเรียนนั่นแหละ เพราะมันเป็นวันหยุดช่วงกีฬามหาลัย แต่ผมก็ต้องมามหาลัย เพื่อที่จะไปอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกงานเทคโนโลยีสะอาด ที่ โรงแรมตะวันนารามาดา เง้อ ... สรุปคือวันนี้ต้องเสียเวลาไปนั่งอบรมทั้งวัน แทนที่จะได้เขียนdata lab อันแสนน่าเบื่อกว่า ช่างเถอะ ไหนๆก็หลวมตัวเข้ามาในโอกาสหนึ่งของชีวิตแล้ว (ไหนบอกว่าจะไม่เขียนเรื่องโอกาสไง เอาน่าๆ เขียนนิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั๊ง)
เอาไว้ว่างจะมาเขียนเรื่องที่อยากเขียนละกัน
ปล. ใกล้กันมากขึ้น พูดกันมากขึ้น สักวันคงจะเข้าใจกันมากขึ้น ทุกอย่างขอเพียงโอกาส วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ January 18 around meพี่
คนหัวโบราณกลุ่มหนึ่งที่มักจะมีอะไรดีๆให้เราเสมอ ... ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นจะมอง สิ่งที่เรียกว่า "พี่" ว่ายังไง แต่ด้วยความนิสัยไม่ดีบางอย่างของผมที่ชอบแบ่งคนออกเป็นกลุ่มๆ ก็จะแบ่งออกเป็น พี่ชาย-พี่สาว, พี่, และรุ่นพี่ ถามว่าทำไมถึงต้องแยกอกเป็นอย่างนี้น่ะหรอครับ มันเป็นเหตุผลส่วนตัวล่ะมั๊งครับ
สำหรับ พี่ๆ ที่มาอ่าน ผมก็คิดว่าพี่ๆ คงจะรู้ว่าพี่ๆ เป็นพี่แบบไหนของผมนะครับ แต่ยังไงก็เป็นพี่ทุกคนล่ะครับ
---
เพื่อน
คนที่คอยอยู่กับเราไม่ทิ้งเราไปไหน ... ยังไงมันก็ต้องแบ่งอยู่ดี คงจะเป็น เพื่อนสนิท, เพื่อน, และคนรู้จัก จะบอกว่าไป
---
น้อง
คนที่เราจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ ... สุดท้าย ยังไงผมก็ต้องแบ่งน้องออกเป็น กลุ่มคล้ายๆกับพี่นั่นแหละ น้องชาย-น้องสาว, น้อง, และรุ่นน้อง ส่วนมากน้องชาย-น้องสาวกับ น้องมักจะไม่แตกต่างเท่าที่ควรจะต่างก็ความเอาใจใส่เท่านั้นล่ะมั๊ง
น้องๆ ถ้าได้มาอ่าน และพี่เคยเลี้ยงข้าว หรืออะไรก็ตาม อยากให้รู้ไว้นะครับ ว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่รุ่นน้อง และอย่าพยายามยัดเยียดอะไรให้พี่นะครับ ถามว่าการเลี้ยงข้าวเนี่ย มันไม่ทำให้พี่มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพราะถูกสอนมาให้ดูแลน้องเสมอ อะไรที่ทำให้น้องๆได้ก็ทำไป เพื่อที่น้องๆเวลาอยู่ในฐานะพี่แล้ว อยากให้ทำอะไรดีๆ อย่างนี้ให้น้องๆ ต่อไป จำไว้นะครับ ไอ้สิ่งที่พยายามยัดเยียดให้พี่น่ะ เก็บเอาไว้ เก็บเอาไว้ใช้กับน้องของน้องๆ นะครับ อยากให้อะไรดีๆอย่างนี้มันสืบต่อกันไป แค่เพียงคำว่า ขอบคุณ พี่รวมทั้งพี่ๆทุกคนที่ทำเหมือนพี่ ได้ยินคำนี้ก็เป็นสุขที่ได้ให้อะไรแก่น้องๆแล้วล่ะครับ
---
ปล. คิดถึงทุกๆคนนะครับ วันนี้ผมก็ยังสบายดีครับ January 14 Came back from Thx'P Gr.1กลับมาจาก thx'p gr.1 แล้วครับ ไปตั้งแต่วันศุกร์เย็น(ดึกๆ) และกลับมาถึงคณะวันนี้ตอน 4 โมงเย็น ไปครั้งนี้สนุกดีครับ เป็นการไปด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง แต่ส่วนมากดูแล้วการไปครั้งนี้เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกัน
เหตุผลที่ 1 หนีออกจากบ้าน มีปัญหาที่บ้านมากมาย จนบ้านจะแตกอยู่แล้ว ตามที่บอกไว้แล้วว่าพี่ชายก็หนีไปเช่นเดียวกันเพราะว่าทนอยู่ไม่ไหว
เหตุผลที่ 2 ไปพักผ่อน ในช่วงที่ผ่านมามีอะไรมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต ที่ทำให้ต้องคิด คิด และคิด พอยิ่งคิด ก็ยิ่งคิด และยิ่งคิด สุดท้ายก็กลายเป็นคิดมาก แต่เอาเถอะ ตอนนี้สบายใจแล้วหลังจากได้ไปพัก ล้าลา เหตุผลที่ 3 ก็อยากไป ก็ๆจะไปอ่ะ ไม่รู้ เหมือนกัน อ่ะ มาเล่าเรื่องตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ก็รอเวลาไปทริป ก็มีการเลือก "ทาส" ตอนแรกว่าจะเลือกน้องยู แต่พี่ม๋นเอาไปซะก่อนแล้ว ก็เลยเอาวะน้องว่านก็ได้ ฮ่าๆๆ เสร็จแน่ แล้วก็ขึ้นรถกันไป พวกเราปี 3 ก็ขึ้นไปอยู่กับน้องปี 1 เพราะว่าพี่วินจะให้ไปดูน้องเผื่อว่าเกิดปัญหาอะไรขี้น ตอนแรกก็นั่งอยู่หน้ารถดีๆ ไอ้ปาร์ค บอกว่าให้ไปนั่งข้างหลัง พอนั่งไปสักพักน้องเปิดเพลง ซึ่งมันก็เป็นเพลงธรรมดา ไม่โวยวายอะไร แต่ดันนั่งกันอยู่ใต้ตู้เบสซึ่ง เบสหนักมา หัวใจแทบหลุดออกมา พอให้น้องไปบอกคนขับให้เบาเบสลง น้องๆก็โดนคนขับโวยมา เพราะว่า เราก็ออกช้ากว่ากำหนด อีกอย่าง รถมันต้องกลับถึงกรุงเทพฯ ตอนตี 5 คนขับขับรถตีผีมาก คาดว่า 140 kg/hr ถึงที่พักที่ค่ายนเรศวรภายใน 2 ชั่วโมง เหอๆ ระหว่างทางก็พาไปพักแวะที่ปั๊ม ปตท. ซี่งเป็นลานโล่งๆจอดรถบรรทุก เซ็งสุดๆ เอาเถอะถึงที่พักแล้วก็จะเข้านอนก่อนเข้านอนก็ประชุมกันว่าพรุ่งนี้จะทำยังไงกับน้องบ้าง ก็คิดว่าจะทำตัวเป็นเด็กธรรมดาละกัน ส่วนตอนเช้าก็จะนอนไม่ตื่นให้น้องมาปลุกให้ได้
เช้าขึ้นมา ตามตารางก็มากินข้าวกันตอน 8 โมง แต่ก็ทำตามแผนกัน แต่ก็มีคนไม่ตื่นเยอะแล้วล่ะ ตามที่คิด ก็เลยตื่นมันตอน 7 โมง ออกมาเดินเล่นชายหาดบรรยากาศก็โอเค ตอนเช้าน้องทำของกินให้กินกันเอง โดยเป็นขนมปังทามาการีน(ไม่ได้ปิ้งด้วย) กับ โอวัลตินรสชาติ เหอๆ เอาเถอะ ก็กินไป 1 คู่กับ 1 แก้ว แล้วก็เรื่อยแผนการกลั่นแกล้งน้องขำๆ โดยเริ่มจาก น้องตูน ซึ่งเป็นทาสพี่มิ้น ก็บอกน้องเค้าไปว่า พี่มิ้นบอกว่าให้ตอนเช้า ทาส ไปปลุกด้วย น้องเค้าพยายามจะไป แต่ก็ไปยืนอยู่หน้าห้องทำหน้าลำบากใจอยู่นานพอสมควร หลังจากนั้นก็แกล้งคนอื่นอีกมากมาย เอาเป็นว่าสนุกๆ ขำๆ แล้วก็เริ่มไปเล่นกิจกรรมที่น้องๆเตรียมไว้ กับ เกมส์วัดดวง ผลปรากฎว่าตกตั้งแต่รอบแรกเลย กับใส่นาฬิกา เดินออกไป ทำยืนเฉยๆกับป้าไก่ก็ไม่มีใครมาทำอะไรเราแล้วก็ค่อยๆตีเนียบหนีไป แล้วก็หนีไปปั่น data lab instru ที่เอาไปด้วยเขียนไป ตอนนี้เหลือ 2 หน้า ส่งวันอังคาร เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ค่อยเขียน ฮ่าๆๆ แล้วน้องๆ ก็เดินมาตามไปกินข้าว น้องว่านซึ่งเป็นทาสอยู่ ก็ไปตักข้าวมาให้น่ารักจริงๆ มีไอ้วันคนเดียวที่ไม่ได้ข้าวจากทาสต้องโวยวายอยู่นาน ฮ่าๆๆ กินข้าวเสร็จน้องบอกว่าเหลือวเลาอีก 45 นาที ก็เลยหนีไปนอน ล็อกห้องเรียบร้อย
ถึงเวลาบ่ายน้องๆมาเรียกไปทำกิจกรรม ก็ไม่ยอมตื่น อันนี้ไม่ได้แกล้งนะแต่ไม่ตื่นจริงๆ น้องๆที่มาปลุกก็ยังกะจะพังบ้าน แล้วก็ไม่เห็นทาสมาปลุกก็เลย หนีกันไปชั้น 2 แล้วก็หนีออกหลังบ้าน ไม่วายโดยจับอยู่ดี - - ตอนนี้ก็แลกป้ายชื่อกับไอ้พง สนุกสนานเปี่ยนกลุ่ม สรุปว่าในกลุ่ม ไม่มีปี4 กลายเป็นว่าแก่สุดซะงั้น มีน้องไนซ์เป็นพี่กลุ่ม ที่พยายามจะถอดเสื้อเราให้ได้ สุดท้ายก็ถอดไม่ได้ แล้วก็ไปเล่นกิจกรรม อะไรซะอย่าง ขอเรียกว่า ลูกกวางน้อยละกันเพราะว่าสมัยอยู่โรงเรียนเรียกอย่างนั้น พอจบกิจกรรม ตอนแรกก็จะไม่แกล้งอะไรน้องหรอก แต่คิดๆไป เอาเลยดีกว่า ก็เลยแสดงบทองค์ลง ถอดคำพูดทุกประการสมัยเคยพูดตอนไปทริปภาคเคมีมาให้แต่ปรับให้เบาลงกลัวน้องๆ จะตายกันหมดก่อน แต่นั่นก็ทำให้น้องๆ เงียบไปหมดเลย แล้วนึกว่าโกรธจริงๆ มีแต่คนมาถามว่าโกรธจริงหรอ อะไรงี้ อยากบอกไว้ว่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดง - -+ จนเล่นอะไรเสร็จก็ออกไปอาบน้ำ
ถึงตอนเย็น น้องก่อเตาย่างบาบีคิว ก็เลยไปช่วย ปิ้ง และระหว่างนั้นก็กินไปด้วย ฮี่ๆๆ มองไปมองมา ก็ดูแล้วท่าทางจะไม่มีน้ำกิน ก็เลยไปเช่าจักรยานแล้วปั่นออกไปซื้อ ก็มีน้องว่านจะไปด้วย ก็เลยปั่นไปด้วยกัน กว่าจะถึงร้านสะดวกซื้อก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่มีอีกกลุ่มไปตลาดไกลมากๆ เหอๆ ก็เลยซื้อน้ำแล้วก็น้ำแข็งกลับไป ระหว่างทางปั่นกลับก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ มองแทบไม่เห็นทาง แต่ก็กลับมาถึงค่ายได้ด้วยดี ถึงแม้ขวดน้ำอัดลมที่น้องว่านเอาคล้องแฮนด์รถมันจะขาดก็ตาม กลับมาก็กินนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ไปนั่งเล่นกีต้าร์ จนสันทนาการ ซึ่งเป็นสันฯที่เปลืองตัวมากๆ ก็มันดึกมันก็เลยคึก บ้าเต็มที่เลย เอิ้กๆ "ใครเป็น... ลุกขึ้นมาแจว" ก็ยังลุกขึ้นมาแจว เติมเองละกันว่าเค้าให้ใครขึ้นมาแจว หลังจากนั้นก็ไปเตรียมการแสดง ก็รวมกันเป็นพี่ๆ 1 ชุด ซึ่งได้รับบทจากพี่วินเพื่อเป็นก้อนเมฆ โอ้ บทช่างน่าสนใจจริงๆ พูดเพียงแค่ว่า"ฉันเป็นก้อนเมฆ" เอิ้กๆ แล้วก็มีบายศรี ซึ่งครั้งนี้พูดอะไรกับใครไม่ค่อยจะเยอะ แต่กับบางคนก็พูดนานมากถึงมากที่สุด แล้วก็ไปนอน วันรุ่งขึ้นซึ่งก็คือวันนี้ ก็เป็นเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว ไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่ตอนเช้าได้ปั่นจักรยานไปที่สะพานปลาไปนั่งคุยกับชาวเลแถวนั้น ก็สนุกดี ส่วนตลอดการกลับก็นอนยาวเลย
การไปครั้งนี้ก็เป็นการไปครั้งแรกสำหรับการ thx'p gr.1 ก็สนุกดีครับ ขอบคุณน้องๆ ปี 1 มากๆ ที่จัดทริปนี้ให้พี่ได้สนุก แต่ก็ต้องขอโทษที่พี่ไปทำให้น้องหมดสนุกเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับ
อ้อ อีกอย่าง การไปครั้งนี้ทำให้รู้สึกสนิทกับน้องว่านมากขึ้นอีกหน่อยละมั๊ง จากที่เคยคิดว่าน่าจะเป็นน้องที่สนิทที่สุดในปี 1 ตอนนี้ก็เป็นน้องที่สนิทที่สุดในปี 1 แล้วจริงๆ ก็ขอบคุณน้องว่านที่ตกเป็นทาสตลอดทริปนี้ด้วยนะครับ
ไปครั้งนี้ได้แหกปากร้องเพลงริมทะเลด้วยก็สนุกดี แต่ปวดคอมากๆหลังจากกลับมา ปวดมากๆ ไม่ไหวแล้ว
ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดี และคาดว่าหลายๆ คนก็คงจะสบายดีเหมือนผมนะครับ January 11 Go to tripพรุ่งนี้จะไปเที่ยวแล้ว (หนีออกจากบ้าน) พี่ชายก็หนีไปเชียงใหม่แล้ว ก็เลยจะหนีไปบ้าง พอดีกับ Thank P' Gr. 1 พอดี ก็เลยปีนี้ไปด้วย~
ตอนแรกว่าคืนนี้จะรีบนอน วันนี้เป็นวันที่คิดว่าไม่มีเรื่องอะไรมากที่สุดแล้วล่ะ สำหรับสัปดาห์นี้ที่ผ่านมา ถึง lab มันจะพังก็ตามเถอะ วันนี้ขอนอนหลับอย่างเป็นสุขสักวัน ไม่ขอรับเรื่องอะไรใดๆ และไม่คิดเรื่องอะไรใดๆ แต่ถ้ายังไงเกิดอะไรขึ้นก็ขอที่จะเจ็บเพียงคนเดียว
ตอนนี้ สบายแล้วครับ ไม่ปวดหัวแล้ว พรุ่งนี้ก็คงจะขึ้นเรียนตามปกติแล้วขอโทษครับที่ทำให้เป็นห่วงกัน
ถ้าใครมีอะไรก็พูดกันตรงๆได้เลยนะครับ ไม่พอใจหรือปัญหาอะไรบอกกันได้เลยะครับ ปีใหม่แล้ว อย่างน้อยผมก็อยากจะปรับปรุงตัวเหมือนกัน
ขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ผ่านมา
ขอบคุณหลายๆคนที่เห็นผมเป็นคนที่ยังจะเป็นที่ปรึกษาได้ (ถึงแม้จะไปเสือกเองบ้างก็ตาม)
ขอบคุณบางคนที่รับฟังปัญหาชีวิตของผม ในวันนี้ ขอบคุณคนที่เห็นผมมีคุณค่าและอยู่ในสายตา ขอบคุณคนคนนึงที่ยังให้โอกาสผม ขอบคุณครับ ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ January 07 Happy after Mid-termสอบมิดเทอมเส็ดแล้วคร้าบ... เมื่อวานสอบวิชาสุดท้าย Civilization ก็ผ่านพ้นไป หลังมีใหญ่ อาจารย์แค่ละคนก็รีบให้ของขวัญปีใหม่กันจังเลย คะแนนเนี่ย รีบแปะกันจริงๆ ยังไม่สอบวิชาสุดท้ายเลย วิชาอื่นๆ ออกมาหมดแล้ว สรุปตายหมดเลยกับเทอมนี้คะแนนออกมาเละตามที่คิดไว้ แต่มันจะทำยังไงได้ล่ะเนอะ เอาเป็นว่าครึ่งหลังจะทำให้ดีกว่านี้ละกันครับ (พูดมากี่ครั้งแล้วเนี่ย)
อ้อ เกือบลืม สวัสดีปีใหม่ครับ ปีนี้ก็คงวุ่นๆ เหมือนเดิม แต่เห็นหลายๆ คน ดูสบายดีก็ดีแล้วครับ ส่วนคนที่ยังไม่ค่อยสบายนัก ก็คงให้หายเร็วๆ นะครับ ปีนี้อาจจะเป็นปีที่ดีก็ได้ แต่ในทางกลับกันมันอาจจะแย่กว่าปีที่แล้วก็ได้เนอะ
เรื่องราวของคืนคริสต์มาส ที่ก่อนนอนแถวถุงเท้าไว้ ตื่นขึ้นมาก็ไม่มีของขวัญ ท่าทางจะต้องสร้างปล่องไฟที่บ้านให้ซานต้าเข้ามาได้ ไม่งั้นซานต้าคงไม่เข้ามา หรือไม่ถ้ามาทางหน้าต่าง ก็อาจจะคิดว่าเป็นโจรอ้วนโรคจิตในชุดแดงตามที่ฮงบอกก็ได้
ตอนนี้ ขอพักสักช่วงนึง ก่อนที่ จะเริ่มเข้าสู่วงจรฝึกงาน วันที่ 22 นี้ต้องไปอบรมแล้ว เลยอดไปเที่ยวกับพวกไอ้ซิ่งเลย เอาเถอะ ยังไงช่วงพักนี้ก็ขอจัดการเรื่องวุ่นๆ กับเรื่องสภาพตัวเองให้กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด ไอ้นัทเคยบอกว่ามันจะไปวิ่งรอบสระน้ำจุฬา ก็กะว่า ว่างๆ ก็คงจะไปวิ่งกับมันบ้าง เตรียมตัวไว้สำหรับอะตอมเกมส์ ที่จะต้องใช้แรงเยอะ และนอนน้อย เพราะว่า ตอนกลางวันไปฝึกงานส่วนกลางคืนมาอยู่ที่มหาลัยตลอดช่วงงาน ตายไปเลย
ครั้งนี้ก็เข้ามาบ่นไร้สาระเหมือนเดิม รอว่างๆ แล้วจะเขียนเรื่องที่มีสาระให้อ่านกัน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนเข้ามาอ่านกี่คน แต่ถึงยังไงก็จะเขียน
ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นตอนดึกๆ ที่มหาลัย หรือว่าใน msn นะครับ อยากจะพักสักหน่อย ถ้ามีอะไรก็โทรมา หรือทิ้ง offline mess ไว้ใน msn ก็ได้ครับแล้วจะเปิดขึ้นมาอ่านบ้าง
ปล. ขอให้มีความสุขสนุกสนานกับปีใหม่ปีนี้นะครับ |
|
|