Tąέ™'s profileTaeSKPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    December 09

    Closed

     
    ก็ไม่มีอะไรมากครับ
     
    "ขอปิด blog ชั่วคราว"
     
    จริงๆ ก็เหมือนจะปิดมานานแล้วอ่ะนะไม่ได้อัพมาแสนนาน
    August 28

    One Day

    ขอบคุณทุกๆคนนะครับ สำหรับวันนี้ ที่ทำให้วันนี้ของปีนี้มีความหมาย

    ทั้งของขวัญจาก พวกไอ้เต๋า ที่ไม่กล้าเอากลับบ้าน เพราะถ้าเอากลับมาบ้านอาจจะแตกได้ เลยขอไม่เอากลับมาละกัน

    ทั้งคำอวยพรจากหลายๆคน ทั้งพี่ภา ที่โทรมา หรือน้องๆที่เจอวันนี้

    และ เค้กวันเกิดก้อนแรกในชีวิตที่ไม่ได้ซื้อเอง (ปกติซื้อเองมาปักเทียนเป่าเองทุกปี น่าสงสารเนอะ) แต่เผอิญวันนี้ไม่ค่อยสบายเลยกินไม่ได้ ก็ให้น้องๆกินกันไป

    แต่...

    ~สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันคอย อาจดูเหมือนเลื่อนลอย เกือบจะฝันไป~

    มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ จริงๆแล้ววันเกิดปีนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายหรอกครับ อยากจะขอแค่ให้คนๆนึงพูดว่า "สุขสันต์วันเกิด" แต่แล้ว คนคนนั้นก็คงไม่รู้ว่าวันนี้คือวันอะไร หรืออาจจะรู้แต่ไม่ได้ใส่ใจก็ได้ บางทีผมอาจจะหวังอะไรมากเกินไปก็ได้

    แต่อย่างน้อยวันนี้คนคนนั้นยังคงยิ้มให้ผม ยังคงพูดกับผม เล่นกับผม แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ

    ปล. อายุ 21 แล้วครับ... 
    August 26

    Anniversary

    ครบรอบ 1 ปีแล้วสินะกับสัปดาห์วิทย์ปีที่แล้ว งานที่เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายๆอย่าง

    ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้แค่ 1 ปีหรอกนะ มันเป็นปีที่ 2 แล้วต่างหากล่ะ!!!

    โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2548 ครั้งนั้น พี่มิกเป็นประธานโครงฯ ถือว่าเป็นโครงฯ
    แรกเลยก็ได้ที่ทำงานร่วมกับชมรมอย่างเต็มตัว ในครั้งนั้นรับหน้าที่เป็นพิธีกรคู่กับ กานต์ ซึ่งจะเป็นพิธีกรคู่ที่จะกิน
    เด็กได้ง่ายๆ เอาคนโหดๆมาจับคู่กันอย่างนี้ เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ มากขึ้น

    โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2549 เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะพิธีกรแล้ว
    แต่อยู่ในฐานะประธานโครงฯ ผู้รับผิดชอบงานทั้งหมด จากงานในปีที่แล้วทำให้รู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้น เป็น
    งานที่เกิดจุดเริ่มต่างๆ มากมาย สุดท้ายจบงานรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดี ด้วยหลายๆเรื่องด้วยล่ะมั๊ง

    และในปีนี้ โครงงานแข่งขันตอบปัญหาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2550 กลับมาอีกครั้งในฐานะ ประเมินผล
    ซึ่งรู้สึกว่า ลงไปยุ่งอะไรมากเกินไปมั๊ง บางทีการปล่อยให้อะไรมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ลงไปแก้บางทีมันก็ดีที่น้อง
    จะได้รับเป็นประสบการณ์ แต่มันก็ขึ้นถึงกับหน้าตาของชมรม และมหาวิทยาลัยด้วย เลยทำให้วางตัวไม่ถูก แต่
    ช่างเถอะ เพราะว่าไม่ได้ต้องการพูดถึงปีนี้ ต้องการพูดถึงปีที่แล้วมากกว่า

    ปีที่แล้วในที่ประชุมชั้นปีในการเลือกตำแหน่งนั้น เรากำลังนอนกลิ้งๆ อยู่ข้างๆทราย และทำตัวเงียบ เพื่อที่จะหลีก
    เลี่ยงทุกๆอย่าง แต่จนแล้วจนรอดก็มีคนเห็นแล้วบอกว่า "อ้าว! ยังมีไอ้เต้เหลืออยู่นี่หว่า" "รับโครงฯนี้ได้มั๊ย"
    แล้วจะให้พูดยังไง สุดท้ายก็เลยตามเลย พอถึงเวลาต้องางแผน ด้วยความที่ไม่ถนัดที่จะทำงานกับคนอื่นมากนัก
    เลยเลือก ไอ้นัท มาเป็นอำนวยการด้วยอีกคน เพราะว่าทำงานคล้ายๆ กัน ก็น่าจะทำไปด้วยกัน ระหว่างงานเกิด
    เรื่องราวมากมาย ทั้งการทำงานแล้วกินหมูก้อนคำเดียวเป็นข้าวเที่ยง ทั้งการที่รู้ว่าตัวเองรั่วมากๆ และผลการ
    ประเมินที่ออกมาอยู่ในขั้นแย่มากจาก comment ของอาจารย์ที่เข้าร่วม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนิทกับน้องๆ
    และเพื่อนๆ หลายคนมากขึ้น ตลอดจนน้องที่ถือได้ว่าสนิทที่สุดในปัจจุบัน ก็เริ่มต้นจากโครงฯโครงฯนี้ เมื่อปีที่
    แล้วน้องคนนึงเกือบจะแทบเดินประกบผมเหมอืนเป็นเลขาโครงฯที่ต้องคอยเตือนผมตลอดเวลาในจุดที่ผมหลง
    ลืมไป

    ในปีนี้ภาพความทรงจำเมื่อปีที่แล้ว ค่อยๆหวนกลับคืนมา ตามเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ผมอยู่ตรงไหนเมื่อปีที่
    แล้ว มีใครทำอะไรบ้าง สุดท้ายปีนี้ก็จบลงที่ร้านหมูกะทะสวนหลวงเหมือนเมื่อปีที่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้ว
    คือความรู้สึกที่มีต่อใครหลายๆคน น้องคนนั้นที่คอยเดินตามเราในปีที่แล้วในปีนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมจะต่างกันไปก็
    แค่คนรอบข้างที่ไม่มีพี่ภา ไอ้นัท และความสนิทที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แทบบอกได้ว่างานทุกงานที่
    ผ่านมาจากวันนั้น ถึงวันนี้ทุกงานทำให้ค่อยๆสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ

    ก็ผ่านมาแล้ว 1 ปี ก็ยังคงอยากให้ปีหน้าเป็นอย่างนี้ และเป็นต่อไปเรื่อยๆ ในทุกๆปีครับ

    ปล. ครบหนึ่งปีแล้วสินะ 
    August 17

    My Brother

    เรื่องนี้ว่าจะเขียนตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ แต่เผอิญด้วยความง่วงอันสูงสุด เลยทำให้ไม่ได้เขียน
     
    เมื่อวานเป็นวันนัดเลี้ยงสาย ก็ดีใจครับที่น้องๆ มากันครบ พร้อมทั้งตัวละครลับที่ไม่ได้อยู่ในสายแต่ลากไปด้วย ซึ่งในสายก็ประกอบไปด้วย
     
    ต้นสาย
    พี่แซ๊ปปี้ : Com 46 : จะเรียกว่าต้นสายก็ได้มั๊ง ปัจจุบันยังโสด ฮี่ๆๆ ถ้าบรรยายคงจะไม่จบ
    ---
     
    สายที่ 1
    น้องเป้ : Gen Sci 48 : เด็กวัด (ฮ่าๆๆๆ) ฉลาดอยู่นะเนี่ยคนนี้ เคยลงประกวดเดือน ผลว่า "ไม่ได้"
    น้องปั๊ม : Phys 49 : เด็กกลุ่มนักวิจัยในภาคฟิ ซึ่งมีสมาชิกคนเดียวในกลุ่ม (O_o) อนาคต Naza
    น้องอ้น : Marine 50 : น้องคนนึงที่กล้าที่จะเถียงพี่แก่ๆ ว่า "ทำไมต้องทำ ทำไปเพื่ออะไร" ณ ต้น Canonball (ในขณะที่เราเป็นคนแกล้งอยู่นั่นเอง -"- )
    ---
     
    สายที่ 2
    น้องยศ : Chem Tech 48 : เด็กโรงเรียนป๋มที่มาขอเป็นน้องเพราะว่าโดนพี่ทิ้ง เคยลงประกวดเดือน ผลว่า "ไม่ได้"
    น้องนนท์ : Vet 50 (CT 49) : น้องโรงเรียนอีกแล้ว เดือนคณะ คนแรกในสาย ปัจจุบันอยู่สัตวะ
    น้องภูมิ : Mat Sci 50 : เดือนคณะคนล่าสุด อนาคตคาดว่าเป็นไปตามชะตากรรมเดือนคณะทุกปี (ซิ่ว หุหุ)
    ---
     
    ตัวละครลับ
    น้องว่าน : Chem 49 : เด็กอัสสัม ที่ 1 คณะ 4.00 (คนบ้าไรฟระ) บอกได้ว่าเป็นน้องที่สนิทที่สุดของปี 49 ก็ได้ เกือบจะเป็นสายรหัสแล้วล่ะ เป็นสายอุปโลก ฮ่าๆๆ
    น้องเป๊าะ : Chem Tech 49 : เด็กคริสเตียน ไม่ต้องบรรยาย เพียงแค่ "อ้วน"
    ---
     
    ก็มีความสุขดีครับ สนุกดี พาไปที่ Cafe de Nimes เป็น Buffet สไตล์เมดิเตอเรเนียน ส่งผลให้คนที่ไปด้วย "ปล่อยไก่" วิ่งกันเต็มร้านเลย
     
    ได้ของขวัญวันเกิดจาก พี่ Sap ด้วย ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าถึงเกือบ 2 สัปดาห์ เป็นอะไรถ้าอยากรู้มาขอดูละกันครับ ขอบคุณมากครับ (เอ.. ที่ให้ก่อนเนี่ยเพราะว่าจำวันจริงๆ ไม่ได้ล่ะสิ)
     
    ผ่านมา เกือบ 1 ปีแล้ว ไม่มีเคยคิดว่ามันจะผ่านมานานขนาดนี้แล้ว แต่มันก็ผ่านมาแล้วล่ะเนอะ ก็ขอให้เป็นอย่างนี้ต่อไปนะครับ 
    August 02

    Come back again

    เป็นอะไรไม่รู้ อาการอย่างนี้มันกลับมาอีกแล้ว หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้อาการอย่างนี้ที่เกิดขึ้นมันเรียกว่าอะไร
     
    กดดันหรือ?
    เหงาหรือ?
    เครียดหรือ?
    ไม่รู้เหมือนกัน
     
    บางทีคิดไปเรื่อบเปื่อยก็ต้องกลับมาจบว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ทำไมไม่รีบตายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้ แต่ก็ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อได้มาพบใครหลายๆคน และใครบางคน แต่การที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้ก็ไม่ได้มีคุณค่าหรือประโยชน์ไม่ว่าจะทางไหนหรืออันใดกับมวลมนุษยชาติตนใดเลยด้วยซ้ำ รังแต่จะทำให้เกิดความชิบหาย เลวร้าย หมดสิ้นทุกอย่าง แย่งอากาศคนอื่นหายใจโดยปล่อยก็ซคาร์บอนไดออกไซด์ทิ้งไปวันๆนึงอย่างไร้ค่า ล้างผลาญที่บ้านเป็นว่าเล่น ตกลงแล้วเรามีชีวิตเพื่ออะไรกันนะ  ก็คงเป็นเพียงได้แค่ขยะสังคม และสิ่งปฏิกูลโสโครกก็เท่านั้น
     
    ตอนนี้เหมือนว่ากำลังลืมอะไรบางสิ่งบางอย่าง ลืมกำพืดครั้งวัยเยาว์ของตัวเองก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นไอ้โรงเรียนที่บอกว่ารักนักรักหนา ก็ไม่ได้ไปสนใจ ไม่ได้ไปเหยียบย่างเลย เพื่อนครั้งก่อนที่เคยร่วมเรียนร่วมเล่นกันมากลับถูกลบหายอออกไปจากสมอง ทุกอย่างที่ผ่านมาคงอาจะเป็นเพียงความทรงจำที่เลือนลางลงทุกวัน
     
    ก็แค่อยากจะคอยดูแล และห่วงใย ทำไมมันถึงเป็นไปไม่ได้ หรือเพราะว่าเราเกิดมาเป็นอย่างนี้ ชีวิตนี้เลยมีชะตากรรมอย่างนี้
     
    ขอโทษ สำหรับเรื่องที่ผ่านๆมา
    ขอโทษ สำหรับเรื่องปัจจุบัน
    ขอโทษ ที่ไม่พูดออกไป
    และขอโทษ ที่เป็นอย่างนี้
     
    ก็แค่อยากจะเป็นคนที่มีความสุข  ก็เท่านั้น
    July 23

    Blah Blah Blah

    ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่รู้สึกว่ามัน บลา บลา บลา~
     
    รู้สึกคุ้มที่ไม่ได้อ่านหนังสือไปสอบสำหรับวิชา spec iden org cpd เพราะว่า อ่านกับไม่อ่านค่าก็เท่ากัน คือ ทำได้เหมือนกัน อาจารย์แกเล่นให้ข้อมูลที่จำเป็นมาทุกอย่าง ไม่มีบรรยายหลักการ มีแต่การนำไปใช้ รู้สึกดีกับข้อสอบอย่างนี้จริงๆ
     
    เร็วๆนี้อาจจะมีการย้าย blog ไปที่ไหนสักที่ คาดว่าอาจจะเป็น multiply หรือ wordpress หรืออะไรก็ตามแต่ จะดูสถานการณ์การใช้งานก่อน จะว่าไปก็ไม่ได้ย้ายสักทีเดียว แค่จะสร้าง blog เกี่ยวกับการถ่ายภาพของเราบ้างก็แค่นั้นเองครับ
     
    เรื่องถ่ายภาพตอนนี้ในสมองคิดนู่นนี่เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งอยากถ่ายคนอื่น และถ่ายตัวเอง อย่างนี้มันต้องหาเหยื่อแล้วสิเนอะ ฮี่ๆๆ
     
    เหลือวิชาสอบอีก 3 ตัว ตอนนี้กำลังขี้เกียจได้ที่ เทอมนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน เนอะ
     
    แต่ก็อยากจะฝันให้นานที่สุด
     
    มีความสุขดีครับช่วงนี้ มีความสุขแทบทุกวัน
    July 22

    Horrible Day

     

     

     

    อ๊ากส์....

     

     

    June 22

    Diff

    ขอเป็นผู้ใหญ่งี่เง่าเอาแต่ใจหน่อยละกันช่วงนี้
    รู้อยู่ว่าผิดอ่ะนะ แต่ว่าแล้วยังไงอ่ะ ก็จะเป็นอย่างนี้แล้วไม
     
    ต้องขอโทษน้องๆบางคนที่ทำให้เรื่องราวมันใหญ่เกินไป
    ขอโทษที่ทำให้พวกแกต้องทะเลาะกับเพื่อน
    ต้องขอโทษจริงๆครับ
     
    ส่วนอีกเรื่อง ช่างแม่ง..
    ขอเป็นคนเลวเหอะ เบื่อแล้วที่ต้องทน
     
    ถ้าใครเคยอ่านอันเก่าๆก็จะพบว่า
    ทนกับอะไรบางอย่างมานาน
    ไม่ว่าจะเป็นยังไง
    เพราะมันมีอย่างคนพวกนี้อยู่
    มันถึงเปลี่ยนไม่ได้สักที
    ถึงส่วนหนึ่งมันจะเป็นเพราะเราเอง
    แต่ก็อีกส่วนที่มันส่งผลมันเป็นอย่างนั้น
    กูเซ็ง
     
    ---
     
    ไม่รู้ว่าบางครั้งเราคิดเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า
     
    ทำไมเขาถึงบอกอะไรกับเรา
    ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเราจะเกี่ยวข้องด้วยรึป่าว
    ทั้งๆที่เราไม่ใช่ผู้ที่ดูแล
    แต่เขาก็ยังบอกเรา แทนที่จะบอกผู้ที่ดูแล
     
    อาจจะเป็นเพราะ
     
    ความไว้ใจ หรือ?
    ความสนิท หรือ?
    ความเชื่อ หรือ
    ความต่างๆนานา หรือ
     
    หรือว่าเขาอยากบอกเราเอง ?
     
    แต่ถึงมันจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านมาและผ่านไป
    ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเรา
    แต่เราก็คิดกับเขามากกว่าคนอื่นๆ
    ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา
     
    แต่ขอคิดเข้าข้างตัวเองให้มีความสุขหน่อยละกัน
     
    สักวันเราคงบอกกับเขาว่าเราคิดยังไง
    เมื่อเวลานั้นมาถึง...
     
     
    สักวัน..
    May 30

    Say again ...

     
    และแล้วสุดท้ายก็กลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเคย
    มองดูรอบกายทุกคนต่างมีความสุข
    "|
    คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายก่อนถึง SCIDAY
    ผู้คนหลายหลากมากมายต่างฝ่ายต่างหน้าที่
    ขะมักขเม้นเตรียมงานของวันพรุ่งนี้
    รอที่จะต้อนรับน้องๆ ที่เพิ่งจะเข้ามาอย่างใจจดใจจ่อ
    บ้างก็ซ้อมสันท์ บ้างก็เตรียมเพลงบายศรี
    บ้างก็ฝึกตีกลอง บ้างก็เล่นคอนเสิร์ท
    บ้างก็ทำของที่ระลึกต่างๆ
    ทุกคนล้วนมีความสุขที่ข้างกายมีคนคอยเคียง
    และพร้อมที่จะคอยดูแลกันและกันตลอดการทำงาน
    \|
    เห็นทุกคนมีความสุข จริงๆ แล้วเราก็น่าจะมีความสุขด้วย
    แต่ในใจลึกๆ ก็ ...
    *\
    รู้สึกดีใจทุกครั้งที่ใครคนนั้นเดินเข้ามาพูดคน
    แต่มันก็ทำให้รู้สึกว่ายากที่จะถอนทั้งตัวและใจ
    ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้ไหม ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน
    เมื่อได้อยู่ข้างๆ เขา ได้พูดคุยกับเขา
    หรือเพียงได้แค่เห็นหน้าก็ตาม
    -/
    ถ้าความรักของผมปกติเหมือนคนอื่นก็คงจะดีไม่น้อย
    ถ้าตัวผมเป็นคนธรรมดาปกติเหมือนคนอื่นก็คงจะดี
    ถ้าผมมีความกล้า และเวลามาถึงเมื่อไหร่
    ผมคงจะบอกกับเขาทุกสิ่งทุกอย่าง
    แม้ว่ามันจะเกิดอะไรก็ขึ้นตาม
    ผมเตรียมใจยอมรับมันเสมอ
    */
    ถ้าความรักผมเป็นเหมือนคนธรรมดา
    ผมคงมีความกล้าเพียงพอที่จะบอกออกไป
    \/
    ผมไม่ได้อยากเกิดมาเป็นแบบนี้
    การเป็นอย่างนี้ก็มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
    ผมอยากจะเลิก ...
    ผมพยายามเลิกไปกี่ครั้งก็ตาม
    สุดท้ายผู้คนรอบข้างก็ยังคงติดภาพเดิมๆ
    ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นอย่างนี้
    ในเมื่อคนรอบข้างยังคงมองผมในแบบเดิมๆ
    ถึงแม้ผมจะเลิกได้ก็คงมีแค่ผมเท่านั้นที่รู้
    แล้วที่ผมทำไปจะมีประโยชน์อะไร
    \"
    ในเมื่อผมเป็นอย่างนี้
    ในเมื่อผมเลือกเกิดไม่ได้
    แต่ผมเลือกที่จะเป็นได้
    .
    ผมขอเป็นคนดีเพื่อคนที่ผมรักตลอดไป
    .
    สิ่งนี้คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คนอย่างผมทำได้ในเวลานี้
     
    ps. อากรู้อะไรก็มาถามกันได้นะครับ
     
    May 27

    ???

    กำลังจะจบแล้วกับรับน้องก้าวใหม่ '50
     
    ที่มีทั้งเรื่องที่มีความสุข และเรื่องเซ็งๆ ผ่านเข้ามามากมาย
     
    ตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะมั๊ง
    รู้สึกผิดที่ไม่ยอมทำงาน แต่ก็เพราะเรื่องหลายๆ เรื่อง
     
    คอนเสิร์ต เศร้า เหงา หรือ ความสุข
    จากที่ดูคนที่กำลังมีความสุขกับความรักของตัวเอง
    คอนเสิร์ตเมื่อคืนก็คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้
    แต่หากเป็นคนที่ผิดหวังกับความรัก
    คอนเสิร์ตเมื่อคืนก็คล้ายกับสิ่งที่คอยตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องที่ผ่านมา
    เพลงๆเดียวกัน แต่ถ้าคนฟังเป็นคนละคน คนละอารมณ์ ก็ให้ความหมายที่ต่างกันไปเสมอ
     
    2 คืนที่ผ่านมา ที่นอนค้างอยู่ในชมรม
    ฝันเกือบทุกครั้งที่นอนว่า กำลังวิ่งตามอะไรบางอย่างอยู่
    อะไรบางอย่างนั้นก็คงมีหลายๆคนคงรู้ว่ากำลังวิ่งตามอะไรอยู่
    หวังว่าตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นก็เป็นความสุขแล้วล่ะเนอะ
     
    ขอบคุณนะครับ สำหรับหลายๆ อย่าง
    แต่ตอนนี้ก็ขอให้อย่าเพิ่งรู้อะไรก็แล้วกัน เนอะ~
     
    ปล. ตอนนี้ผมมีความสุขดีครับ
    May 19

    Fail

    เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนี้ที่มหาลัยก็ว่าได้ล่ะมั๊ง
    อยู่มาตั้ง 3 ปีไม่เคยเกิดอะไรอย่างนี้ขึ้นเลย

    ทั้งๆที่ปกติออกจะเข้าข้างจนถึงขั้น spoil เลยด้วยซ้ำ
    แต่ทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกแย่ๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้สิเนอะ
    รู้สึกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แย่มากถึงมากที่สุดกับความรู้สึก
    ทุกครั้งเคยบอกตัวเองว่า ยังไงก็ไม่ผิดเพราะไม่ผิด
    แต่ทำไมครั้งนี้ ถึงเป็นอย่างนี้
    เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเอง หรือว่าอีกฝั่งกันแน่นะ

    กลัวเธอไม่อาจจะทน บางคนที่ป่วยทางใจ
    คนมีชีวิตละลาย จากวัยวันที่แสนนาน

    เอาเป็นว่าเผื่อความสบายใจ เป็นเพราะว่าตัวเรางี่เง่าเองก็ได้
    บางทีเจออะไรเข้าไปหนักๆ ก็เลยเป็นอย่างนี้ก็ได้

    เธอเองจะเกลียดฉันไหม ในวันที่หากฉันพลั้ง
    ปรวนแปรและน่าชิงชัง และทำเธอเจ็บช้ำใจ
    คนเคยเก็บกดลำพัง คนมีความหลังทุกข์ทรมาน
    ที่ไม่มีคนเข้าใจ

    พยายามจะช่างมัน แต่ก็ทำไม่ได้สักที
    เอาเถอะ ช่างเถอะ สักวันคงจะดีขึ้นล่ะเนอะ

    เคยเธอเคยบ้างไหม ต้องทนทุกข์ทุรนทุราย
    เพราะใครสักคน ร้อนรนอย่างนี้
    เคยเธอเคยรึยัง ถูกหักหลังด้วยความเป็นจริง
    ที่ตรงข้ามกัน เจ็บปวดเมื่อมันสายไป
    จำทนที่มันเลวร้ายลงไปทุกที
    ไม่มีหนทางแก้ไข
    ต้องเจ็บต้องช้ำที่เรานั้นมันโง่ไป
    อยากหลีกไปไกล ยังหลีกไม่พ้น
    นั่นแหละคือความกดดัน
    ที่ฉันต้องทนต้องเจอ
    ทุ่มเทใจให้เธอ มากมายจนเกิดตัดใจ
     
    ปล. คงบ้าๆไปเองล่ะมั๊ง ไปดูละครถาปัดดีกว่า ...
    April 15

    Forget

     
    ลืม ...

    หลายๆคนคนคงเคยพูดคำนี้ออกมา
    บางครั้งการลืมในสิ่งเล็กๆน้อยๆ
    มันก็คงไม่ได้เป็นอะไรเท่าไหร่นักหรอก
    แค่หากลืมอะไรที่มันใหญ่กว่านั้น
    ก็คง ...

    จริงๆแล้วสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ว่ามา
    แต่ละคนมักจะตีความหายที่ต่างกัน
    สิ่งเล็กๆน้อยๆอาจจะเป็นรายละเอียด
    หากเป็นรายละเอียดสำคัญ บางที
    มันอาจจะส่งผลกระทบมากกว่าสิ่งใหญ่ๆก็ได้
    คิดอย่างนั้นมั๊ย ...

    ลืม ...

    ลืมเป็นอาการอย่างนึงที่เราไม่ได้นึกถึงอะไรบางอย่าง
    แต่มันก็เป็นเพียงอาการชั่วคราว
    ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่จะลืมได้อย่างถาวร
    บางทีการลืมก็อาจจะทำให้ลืมเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นได้
    แต่เมื่อใดที่ถูกทำให้คิดถึงขึ้นมา
    เมื่อนั้น คำว่าลืมก็จะหายไป
    และส่งผลกระทบมาถึงตัวเราให้ย้อนคิดไป
    คอยเป็นสิ่งที่เสียดแทงตัวเองเรื่อยมา

    ลืม ...

    อาจจะแบ่งได้ 2 แบบคือ

    ลืมสิ่งที่ต้องทำ
    ผลของการลืมอย่างนี้ส่วนมาก
    มักจะทำให้รู้สึกแย่ๆได้
    หากลืมทำข้อสอบ ลืมไปว่า บลา บลา บลา
    เมื่อคิดขึ้นได้ผลของการลืมก็จะกลับมาเสียดแทง
    ว่าลืมไปได้อย่างไร
    แต่บางทีมันก็กลับเป็นบทเรียน
    ที่ทำให้ครั้งหน้า ห้ามลืม

    ลืมสิ่งที่ผ่านมาในอดีต
    บางทีอาจจะเป็นอดีตอันเลวร้าย
    ที่หลายๆคนไม่อยากจะคิดถึงมัน
    หรือเป็นอดีตอันหอมหวาน
    ซึ่งลืมไปโดยกาลเวลา
    แต่เมื่อใดถูกกระตุ้นขึ้นมา
    มักจะตามกลับมาด้วยความเจ็บปวด
    หากเรื่องที่ลืมเป็นเรื่องเลวร้าย
    ก็จะคิดถึงตอนนั้นว่าทำไมเป็นอย่างนั้น
    แต่หากเป็นเรื่องสุขสันต์
    ก็มักจะเปรียบเทียบกับปัจจุบัน
    ที่เลวร้ายกว่าที่เคยผ่านมา

    ลืม ...

    ว่าแต่ผมลืมอะไรไปรึปล่าวเนี่ย ...
    ปล.ตอนนี้ยังคงสบายดีครับ
    April 11

    Rot

    ตอนนี้สภาพกำลังเปื่อยได้ที่เลย
     
    พยายามใช้สมองอันน้อยนิดกระจิ๊ดริดกระจ้อยร่อย
     
    คิด
     
    คิด
     
    และคิด
     
    ว่าแบบประเมินการเรียนรู้ของโครง chevron ทำยังไงดี
     
    วันนี้(11 เมษา) นั่งอยู่ที่ฝึกงาน
    ไม่ได้ทำงานอะไรเลยนอกจากงานประเมินของชมรม

    เอายังไงดีหว่า...
    ไม่รู้เหมือนกันว่า คิดถูกรึปล่าวที่มาทำงานนี้
    หรือว่ามันเป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
    แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อไป
    และทำให้ดีที่สุด

    รู้สึกกดดัน...
    ที่จะต้องทำงานต่อจากพี่พร้อม
    การที่ทำงานอะไรของปีที่ผ่านมาให้ดี มันก็เป็นเรื่องดี
    และมันยังเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนที่ทำปีนี้ ทำให้ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าปีที่แล้ว
     
    แต่ในทางกลับกัน...
    มันก็เป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำปีนี้ได้เช่นเดียวกัน
    บางทีที่เป็นอยู่อย่างนี้เพราะว่าตัวเราอาจจะกำลังก่อสร้างกำแพงรอบๆตัวก็ได้

    พรุ่งนี้คงเรียกไอ้ม่อน ไปนั่งคุยกันที่มหาลัยแหละ
    ถ้าให้ดีก็จะลากน้องๆ แล้วก็วิชาการไปคุยด้วยให้ได้

    รู้สึกแย่ๆ กับการฝึกงานพอสมควร
    ที่ทำให้ไม่สามารถไปสิ่งที่อยากทำได้อย่างอิสระ
    อยากจะกลับไปนั่งอยู่ที่ๆ เคยอยู่
    คุยกับคนคุ้นเคยทุกวัน
    เจอะหน้ากับผู้คนมากมาย
    ใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างมีความสุขเหมือนเคย
     
    ---
     
    เคยรู้สึกกันมั๊ยว่า
    บางทีสิ่งที่เราคอยไล่ไขว่คว้า วิ่งตามเท่าไหร่ก็ไม่ทัน
    แต่บางครั้งเมื่อเราหยุด เพราะเราเหนื่อย เราล้า
    สิ่งที่เราตามนั้นก็มาอยู่ตรงหน้าเรา มาทักทายเรา
    ให้เรามีกำลังใจที่จะวิ่งไล่ตามต่อไป
    ถึงแม้สิ่งนั้นจะไม่รู้หรอกว่าเราไล่ตามอยู่
     
    ---
     
    อย่าเพิ่งรู้ว่าฉันนั้นคิดอะไรก็แล้วกัน
    ปล่อยให้ฉันได้ฝันได้เพ้อนานๆ อีกซักหน่อย
    แค่เท่านี้ก็ดีอยู่แล้วถึงมันจะเลื่อนลอย
    อาจเป็นเพียงความฝันน้อยๆ แต่ฉันก็จะคอยต่อไป
     
    ---
     
    ขอบคุณหลายๆ คนที่คิดถึงกัน
    ขอบคุณบางคนที่ยังเป็นห่วงกัน
    ขอบคุณหนึ่งคนที่ยังคอยให้คิดถึง
     
    ปล. อยากอยู่ในความฝันเดิมๆตลอดไป วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ
    April 03

    In my mind

     
    รู้สึกเซ็งๆ เบื่อๆ
     
    มาฝึกงานมันก็ยังไงก็ไม่รู้ รอ present วันที่ 20 ตอนนี้งานที่ต้องทำเสร็จเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ถ่ายรูปแล้วก็จัดหน้ากระดาษ ก็พร้อมประชุมแล้ว แล้ววันอื่นๆ จะทำอะไรล่ะเนี่ย ก็คงจะหนีงาน CT ไปทำ LAB ไปทำ R&D แล้วก็ QC สีที่ตัวเองปั่นเองทำเองขึ้นมา น่าเบื่อเนอะ วันๆนึงก็นั่งเล่นคอมคุย m โหลดไฟล์บ้าบอคอแตก นั่งเพ้อ นั่งบ้า รอเวลาเลิกงาน เซ็ง
     
    วันๆนึงอยู่บนรถเดินทางวันละ 5 ชั่วโมง ตอนนี้ยังโอเคไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เมื่อมันจะต้องฝึกถึงปลายเดือนพฤษภาเนี่ยสิ กลางเดือนโรงเรียนก็เปิดเทอมกันแล้ว แล้วรถมันจะติดขนาดไหนล่ะเนี่ย จากวันละ 5 ชั่วโมง จะกลายเป็นเท่าไหร่ล่ะเนี่ย -"- เซ็งวุ้ย
     
    กะว่าจะขอลางานตั้งแต่ 18 พค จนหมดฝึกงานเลย ปล่อยลูกท้อ ช่างหัวป้า ไม่อยากลาก็ไม่ต้องลา กะให้อาจารย์ทำเรื่องลาให้เลยล่ะ เพราะยังไงวันที่ 22-24 พค ก็ต้องไป chevron อยู่แล้ว แล้ววันที่ 30 พค ก็จะไปงานแรงพบคณะ ซึ่งวันที่ 31 พค เป็นวันประชุม CT ครั้งสุดท้าย และพอมาดูหลังจากวันที่ 18 มีวันทำงานเหลือแค่ 4 วันเท่านั้น ก็เลยจะเหมาลาหมดเลย ถ้าอาจารย์ไม่ยอมทำใบลาให้ เด๋วก็จะเขียนใบลาเอง แล้วก็ส่ง อนุญาตรึปล่าวไม่รู้ แล้วก็จะไม่มาที่โรงงานอีกเลย จะทำงานอีกทีก็วันประชุมเลย หวังว่าคงจะได้ลา
     
    บอกน้องๆที่เข้ามาอ่านเลยนะ ว่าถ้าไม่อยากทรมานอย่ามาลงโครงงาน CT มันทรมานมากๆ
     
    เบื่อโว้ย...
     
    มีอีกเรื่อง
     
    ไม่รู้ว่าคิดดีแล้วรึปล่าวนะที่มาทำประเมินกับไอ้ม่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดยังไง แต่พอทำประเมินแล้ว งานอื่นที่อยากทำก็คงจะไม่ได้ทำแหละถ้าอย่างนั้น ถามว่าอยากทำอะไร อยากทำตั้งหลายอย่าง อยากทำ Photo อยากทำพัสดุอีก อยากทำสวก อยากทำอะไรที่ยังไม่เคยทำ และที่สำคัญที่สุด อยากไม่ทำอะไรเลย ฟังแล้วมันขัดๆ แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
     
    ปิดเทอมนี้จบก็ขึ้นปี 4 แล้ว เรื่อง project ก็ยังไม่ได้ไปคุยกับพี่บิ๊กเลยว่าจะต้องเอาอะไรมาอ่าน จะต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะรอดมั๊ยเนี่ย ขึ้นปี 4 บอกตัวเองไว้แล้ว แล้วต้องทำให้ได้ คือตั้งใจเรียน ไหนๆ ก็ปีสุดท้ายแล้ว ขอโทษพวกไอ้ซิ่ง ไอ้เต๋า ไว้ก่อนเลยนะว่าต่อไปจะไม่นั่งเรียนกับพวกมันแล้วจะไปนั่งเรียนกะกานต์กะเจี๊ยบในอีกปีที่เหลือ เผื่อจะมีอะไรดีๆในชีวิตขึ้นมาบ้าง
     
    จากการฝึกงานที่ผ่านมาทำให้ไม่อยากทำงานมากๆ และคิดว่ายังงก็จะตะเกียกตะกายเรียนต่อให้ได้ อยากจะเป็นนักวิจัย ไม่ก็เป็นอาจารย์ มากกว่าที่จะต้องมาทำงานในโรงงานแบบนี้ ดูแล้วมันไม่ใช่อะไรที่อยากทำเลย ดังนั้น เพื่อการที่จะเรียนต่อ 1 ปีที่เหลือเลยจะขอเรียนให้ได้อย่างเต็มที่ส่วนกิจกรรมก็คงยังทำอยู่แต่จะแบ่งเวลาให้ได้ จะต้องทำให้ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้คงจะต้องเอาจริงแล้ว เพราะถ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ต่อไปคงจะไม่รอดแน่ๆ
     
    น้องๆ ทั้งสายรหัส ทั้งน้องชมรม ทั้งน้องชุมนุม ทั้งน้องโรงเรียน กลุ่มไหนก็ได้ ว่างๆไปหาอะไรกินกันเถอะนะๆ ได้โปรด คิดถึงโว้ย...
     
    อยากไปเที่ยวโว้ย...  คิดถึงนะครับ
    March 16

    Be absent-minded

    จะหมดสัปดาห์แรกของการฝึกงานแล้วล่ะ ก็โอเคนะ เอ๋อๆ ไม่รู้จะทำอะไร วันๆนั่งอยู่หน้าคอมแล้วก็อู้งานเล่นเนทไปเรื่อย...
     
    ไม่รู้ว่าจะอัพอะไรเหมือนกัน เหมือนมีเรื่องมากมายอยากจะเขียนลงในนี้ แต่ก็มาคิดอีกทีว่าไม่เขียนดีกว่า
     
    ช่วงนี้เกิดอาการเมายาบ้าๆ ไปหน่อย เล่นอะไรบ้าๆ กับใครเกินไปก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ
     
    ปล. มาฝึกงานเหมือนโดนตัดขาดจากโลกภายนอกเลย คิดถึงทุกคนนะครับ
    February 24

    Boring

    มาอัพช่วงก่อนสอบ เผื่อใครว่างๆจะเข้ามาอ่าน แต่ครั้งนี้เรื่องเครียดและเป็นการบ่น ถ้าไม่อยากอ่านเรื่องพวกนี้ปิดไปได้เลยครับ
     
    เบื่อจะตายชักอยู่แล้วช่วงสอบ
     
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง ป้าต้องมา แล้วป้าก็มาอยู่ห้องพี่
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง พี่ก็เลยต้องย้ายมาอยู่ห้องเรา
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง พอป้ามาก็ต้องลงมานอนห้องแม่
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง มาอยู่ห้องแม่ แม่ก็เปิดทีวี
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง แม่เปิดทีวีเสียงดัง น้าข้างล่างก็เปิดทีวีเสียงดัง
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง มันหาที่อ่านหนังสือในบ้านไม่ได้เลยวะ
    ทำไมช่วงสอบทุกครั้ง กูต้องเป็นอย่างนี้วะ เชี้ย
     
    สอบครั้งนี้ ทำไมรู้สึกเครียดกว่าทุกครั้งวะ เซ็งโว้ย
     
    กูเบื่อ... กูรำคาญ... กูอยากอยู่บนห้องกู... กูไม่อยากเจอคนในบ้าน...
     
    แต่ก็ดี ถ้ามัน F ขึ้นมา ก็จะได้รู้กันไปเลยว่าเพราะอะไร จะเรียนใหม่ก็ช่าง ไม่ก็ทำตามแฟชั่นไปกระโดดตึกบ้าง แต่ก่อนจะกระโดดขออาละวาดบ้านแตกก่อนละกัน เซ็งโว้ย
     
    ไม่ต้องมาบอกนะครับว่าที่บ้านตัวเองหนักกว่าบ้านผม คุณไม่มาเป็นผมไม่รู้หรอก ว่าที่บ้านผมเป็นยังไง ดูเหมือนจะดีทุกๆอย่าง แต่ทุกอย่างมันก็เป็นแค่เปลือกนอก
     
    สอบครั้งนี้ F ก็ช่างปะไร ใช่มะ บอกว่าจะสอบก็ยังทำกันอย่างนี้ ทำให้กูเครียดแล้วก็ปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก รู้รึยังล่ะทำไมผมถึงชอบอยู่ที่มหาลัย หรือโรงเรียนจนถึงดึกๆ ค่อยกลับ
     
    เซ็งเหี้ย...
    February 09

    Me too ...

    เอาล่ะ วันนี้ไม่มีอะไรมากมายนักหรอครับ แค่เห็นคนอัพ blog เยอะ ก็เลยมาอัพบ้าง อิอิ
     
    วันนี้ เรื่องวุ่นๆ กับเรื่องสโม กับเพื่อนๆของผมจบลงได้ด้วยดีแล้วครับ เย้!! ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่สร้างความวุ่นวายให้ แต่ก็นะ เอา
    เถอะ มันจบแล้ว อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บรอยเย็บ แล้วฉีกมันออกมาเลยเนอะ
     
    ตอนนี้รู้สึกว่ามีงานเยอะมากอะไรขนาดนี้ ทั้ง propasal ทั้ง fat wax ทั้ง lab อีกมากมาย อ่อย~ รู้สึกเปื่อย หนังสือหนังหา ไม่ค่อยจะ
    ได้เข้าเรียนเท่าที่ควรด้วยปัญหานานาประการ อยากจะอ่าน แต่ก็ไม่อยากอ่าน ตอนนี้อยากอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนเลยแม้แต่
    นิดเดียว แต่ก็อยากอ่านหนังสือเรียนเหมือนกัน แต่อ่านแล้วมันทนอ่านไม่ได้ อ่อย~ เปื่อยเลย
     
    วันก่อนตอนนี้ก็เคลียร์งานอะตอมเกมส์ที่ค้างอยู่ได้ไปส่วนนึงแล้ว คือ mascot ของแต่ละประเภทกีฬา วาดเส็ดหมดแล้ว รอแสกน แล้ว
    จัดการแต่งรอไปก่อน ขอทำงานที่ต้องรีบส่งให้เส็ดก่อนละกันนะครับ
     
    เรื่องความอยากส่วนตัวที่อยากจะลองไปดูงานที่ work point เค้าตัดต่อหรือทำอะไรเกี่ยวกับ graphic มากๆ ดูแล้วรู้สึกชอบ อยากทำให้ได้อย่างเค้าบ้าง อ่า
     
    มีเรื่องเครียดๆ บางเรื่อง คือ ผมจะพยายามคุยกับเพื่อนผมหลายๆคนแล้ว ว่าอย่ากลืนน้ำลายตัวเอง ยังคงจำกับได้มั๊ยว่าปีที่แล้วเรา
    บอกอะไรกันไว้ ว่าเราจะทำอะไร ก็ขอให้ทำตามที่บอกกันไว้นะครับ แต่สำหรับคนที่พลั้งไปแล้วก็ ยังมีโอกาสแก้ไขอีกเยอะครับ
     
    อ้อ อีกเรื่อง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไหนๆก็โดนด่าบ่อยๆว่าอย่าพูดอย่างนี้ แต่ก็ยังจะขอพูดนะครับ เพื่ออะไรหลายๆอย่าง ถ้ามีอะไรไม่พอ
    ใจผม ไม่ชอบใจผมตรงไหน อยากให้ผมปรับเปลี่ยนตรงไหน ก็บอกมาตรงๆเลยก็ได้นะครับ ถ้าผมทำได้แล้วไม่กระทบอะไรมากผมก็
    จะทำให้ครับ ไม่ว่าจะให้ผมไปไกลๆ หรือจะให้ผมช่วยอะไร หรือจะให้ผมไม่พูดหรือไม่ทำอะไรก็ได้ครับ แต่ขอพูดกันตรงๆ นะครับ
     
    แล้วตอนนี้ผมก็พยายามทำในสิ่งที่หลายๆคนบอกผมมาตรงๆอยู่ครับ
     
    ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ
    February 06

    In my mind

    ผมเพิ่งรู้ว่าตัวผมนั่นไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ผมหรือใครๆเคยคิด ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรที่มันกระเทือนใจอะไรผมจริงๆ ผมคงจะไม่เคยต้องเสียน้ำตาให้ใครเห็นง่ายๆแน่ๆ แต่หลังจากกลับมาจากสัมมนา ผมรู้สึกว่าความเข้มแข็งที่ผมมีมันค่อยๆหายไป ทุกครั้งที่ผมสูญเสียอะไรบางอย่างไป ทั้งๆที่ก็บอกกับตัวเองหลายต่อหลายรอบแล้วว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ถึงอย่างนั้นยังไงผมก็พยายามจะเก็บอะไรหลายๆอย่างไว้ด้วยใบหน้าที่เห็นกันตามปกติ แต่หลังๆผมเริ่มเก็บมันไม่ได้ ผมว่าผมไม่ได้เป็นคนอ่อนไหวมากขนาดนั้น แต่ทุกครั้งที่มีอะไรสะเทือนจิตใจเล็กๆ ทุกครั้งตอนนี้ผมพร้อมที่จะปล่อยน้ำตาที่ผมเก็บไว้ออกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา หรือการเล่าเรื่องต่างๆ ของเพื่อน พี่ หรือน้องก็ตาม
     
    แต่ก็ไม่แน่ จริงๆแล้วผมอาจจะเป็นคนอ่อนไหวอย่างนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ได้ ก่อนที่ผมจะสร้างตัวเองอีกคนที่ชื่อเต้ ที่กำลังคุยกับทุกคนอยู่ในทุกวันนี้ ไม่เคยมีใครเห็นตัวตนจริงๆของผมหรอก จะมีกี่คนจะรู้บ้างว่าผมไม่ใช่เต้ และเต้ก็ไม่ใช่ผม เต้เหมือนกับสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรบางอย่างเท่านั้น
     
    วันก่อนผมยืนน้ำตาไหลอยู่หน้าเทวาลัย ตอนที่เดินกลับมากจากการดูคะแนนสอบ civil ไม่ใช่ว่าคะแนนออกมาไม่ดีแล้วหมดเวลาถอนแล้ว คะแนนก็ไม่ได้ดูเลวร้ายมาก เพราะผมไม่ได้หวังอะไรกับการเรียนไม่ว่าจะวิชาอะไรไปมากกว่านี้แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมร้องไห้คือ วันนี้ผมเดินไปกับหอย แล้วหอยเล่าโฆษณาประกันชีวิต ที่เป็นเรื่องลูคีเมีย ให้ฟัง แล้วหอยบอกว่าหอยก็อยากเป็นแบบนั้นบ้างตามความคิดของหอย แต่พอผมฟังจบมันกลับทำให้ผมร้องไห้ได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกันผมอ่านเรื่องราวของปาฏิหารย์บนสวนบอร์ด น้ำตาของผมก็ไหลออกมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าผมได้ขาดอะไรหลายๆจากชีวิตไป
     
    เมื่อวานน้องmc พูดถึงหนังสือ คู่มืออ่านคน แล้วผมก็บอกน้องไปว่าผมไม่กล้าอ่าน น้องmc ถามมาว่ากลัวว่าอ่านแล้วจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ใช่มั๊ย ผมก็ได้แต่ไม่ตอบ แล้วก็อื้อไป จริงๆแล้วสิ่งที่ผมกลัว ผมกลัวที่ถ้าผมอ่านคนออกมากกว่านี้ ผมจะเจ็บไปมากกว่านี้ และทุกครั้งผมมักจะยอมเจ็บเพียงคนเดียว จนน้องนัทบอกกับผมว่า เกลียดพวกคนดีอย่างนี้จริงๆเลย ทำแล้วมันมีอะไรดีมั๊ย มันทำให้ผมคิดจนต้องไปปรึกษาพี่ที่ผมไว้ใจได้ สองสามคนว่า ผิดมั๊ยถ้าเราจะยอมเจ็บคนเดียว จริงๆแล้วเจ็บคนเดียวมันก็ไม่ได้เจ็บอย่างเดียวเสมอไป มันมักจะเป็นความเจ็บที่มาพร้อมกับความสุขที่ได้ให้แก่คนที่เราพร้อมที่จะเจ็บแทนไปทุกครั้ง
     
    บางทีผมอาจจะเป็นคนคิดมาก คิดฟุ้งซ่าน แต่ก็เพื่อจะหาคำตอบอะไรหลายๆอย่างให้กับตัวเอง บางทีการปล่อยวางแล้วทำให้ต้องมีคนเจ็บเพิ่มขึ้น มันอาจจะดีสำหรับผม แต่ผมเห็นคนที่ผมเป็นห่วงเจ็บไม่ได้ พี่อู๋เคยถามว่าแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่คนที่แกเป็นห่วงเค้าจะได้โต แล้วเดินเองได้สักที ผมก็ต้องยอมรับในจุดนี้อย่างน้อยมันก็เป็นความคิดนึงที่ทำให้ผมสามารถคิดอะไรได้บางอย่าง
     
    ---

    ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
    แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
    ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
    บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ
     
    เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
    เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดๆไม่เกรง
    แม้ข้างนอกจะต้องเจอ กับเรื่องราวที่ใครข่มเหง
    แต่ฉันเองไม่คิด..กลัว
     
    จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
    เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
    จะรอคอยฉันจริงๆ เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
    จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน
     
    ไม่ว่าวันเวลา จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร
    ฉันยังคงมีแต่เธอ เป็นความหวังและความเข้าใจ
    พร้อมจะเก็บทุกสิ่ง ทิ้งความสุขทุกอย่าง
    และจะทำทุกทางเพื่อบ้าน..หลังนี้
     
    ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
    แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
    ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม
    บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ
     
    ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน..ของฉัน
     
    ---
     
    เหมือนผมเป็นคนไม่ดียังไงก็ไม่รู้ มีอะไรก็เอามาลงใส่ไว้ในนี้ เพราะผมรู้ว่าอย่างน้อยมีคนเข้ามาอ่านบ้าง อย่างต่ำก็สองสามคนที่ผมพอจะรู้ ไม่ได้ให้อ่านแล้วให้เครียดนะครับ
    เรื่องบางเรื่องก็ทำให้ผมกินข้าวไม่ลงมาถึง 3 วันแล้วก็มี แต่พอมีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งต่อๆไปตามมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรมีความรู้สึกว่าตัวผมเองไม่ได้เครียด แต่ก็กินข้าวไม่ลงเพราะอยากอ้วก หรือว่าจะแพ้ท้องก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆ
     
    จบเรื่องเครียดๆ ซะที เคยนั่งดูตัวเองทะเลาะกันมั๊ยครับ สมัยที่ไม่ได้มีแค่เต้ กับผม แต่มีผมอีกคน ผมเคยนั่งดูเต้กับผมอีกคนทะเลาะกันด้วยล่ะ ตอนนั้นนั่งอยู่ที่สแตนด์ที่โรงเรียนนั่งดูตัวเองทะเลาะกัน นั่งอยู่เป็นชั่วโมง แต่มันก็สนุกดีนะ เหมือนในการ์ตูนที่มันมีร่างแยก เป็นเทพกับมารมาทะเลาะกัน ขำดี
     
    อ่านมาอาจจะเห็นว่าผมเป็นพวกจิตไม่ปกติ ก็จริงๆอ่ะไม่ปกติอยู่เยอะเลยล่ะ พอรู้ตัวเหมือนกัน แต่ถามว่าในเมื่อรู้แล้วทำไมไม่เลิก ก็ต้องขอบอกว่าถ้ามันเลิกได้เลิกไปนานแล้ว พยายามแล้วครับ
     
    มีคำถาม : รู้มั๊ยในเมื่อผมไม่ใช่เต้ แล้วผมชื่ออะไร
     
    หลายๆคนคงงงกับคำถามล่ะมั๊ง อารมณ์คล้ายกับพี่ sap อ่ะครับ ที่จริงๆแล้วพี่เค้าก็ไม่ได้ชื่อ sap อยากรู้ว่าพี่เค้าชื่ออะไรก็ลองไปถามเค้าเองละกัน อิอิ
     
    ปล. วันนี้ผมก็ยังคงสบายดีครับ
    January 29

    SCCU Seminar

     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    เฮ้อ...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    แค่นี้แหละไม่ต้องรออ่านอะไรต่อจากนี้ เพราะมันมีแค่นี้
     
    ส่วนรูปเด๋วจะเอาลงเครื่องชมรมให้เร็วๆนี้ครับ
     
     
    ปล. วันนี้ผมยังคงสบายดีครับ แต่ปวดหลังอ่ะ - -"
    January 22

    CT training seminar

    วันนี้ไปอบรมโครงการ CT หรือ เทคโนโลยีสะอาดมา ได้แนวคิดอะไรมาหลายๆ อย่าง เป็นความคิดแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ เด๋วจะเล่าละกัน เล่าเรื่องตอนเช้าก่อน
     
    ตอนเช้าก่อนที่จะไปโรงแรมตะวันนานัด กานต์ ไว้ที่ชมรมตอน 8 โมงเพื่อไปให้ทันลงทะเบียนปิด 8 โมงครึ่ง ก็หวั่นๆอยู่ว่าจะไม่ทัน สุดท้ายก็ไปทันด้วยดี นั่งฟังบรรยายช่วงแรกจบ ก็มีปัญหาว่าโรงงานเปลี่ยน ก็เลยมีการจับคู่ใหม่ สรุปว่า ผมไปคู่กับ ป้าลูกท้อ แทน ไปฝึกที่ บางปู สาเหตุเพราะลูกท้อจะไปอยู่กะพี่ฟิต (ฮ่วย!!!)
     
    ส่วนแนวคิดแปลกๆ ของวันนี้คือ  มีคำถามว่า ถ้าอยู่ในไลน์การผลิตสลัด แล้วรับผิดชอบเรื่องการหั่นมะเขือเทศลูกใหญ่ ซึ่งใช้มีดไม่คมหั่น มันก็จะทำให้มะเขือเทศน้ำทะลักออกมาเลอะเขียง จะทำยังไง เพราะถ้าน้ำทะลักเลอะเขียง ก็ต้องล้างเขียงอีก เสียน้ำที่ต้องมาใช้ล้างเขียงอีก
     
    คนส่วนใหญ่ ไม่สิ คนประมาณ 99.8% ก็ต้องตอบว่าไปลับมีดสิ หั่นแล้วจะได้ง่ายๆ น้ำไม่ทะลักออกมา
     
    แต่ความคิดที่ได้มาวันนี้คือ
     
    วิธีแรก ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย ก็แค่เปลี่ยนชนิดมะเขือเทศเป็น มะเชือเทศเชอรี่ แทน ก็จะไม่ต้องหั่น แต่อันนี้ก็ต้องไปดูเรื่องต้นทุนด้วย
     
    แต่...  สิ่งที่สุดๆกว่านั้นคือ
     
    ลองออกแบบเขียงใหม่ ให้เป็นแนวเอียงนิดๆ แล้วจุดที่ต่ำที่สุดเจาะเป็นรู แล้วให้น้ำมะเขือเทศไหลลงไป เก็บไว้ขายเป็นน้ำมะเขือเทศสดจากเขียง ได้รายได้เพิ่มด้วย
     
    อุ...  คิดได้อย่างไรนั่น
     
    ทำให้เห็นว่า บางทีการแก้ปัญหามันไม่ได้มีเพียงแค่ หนึ่ง หรือสอง มันมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแก้ปัญหานั้นยังไง
     
    การไปประชุมอบรมครั้งนี้ ก็ได้เห็นอะไรมากขึ้น ดูสภาพการทำงานวิธีอื่นนอกเหนือจากที่เคยเจอมา วันนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มก้าวเข้าสู่โลกจริงขึ้นเรื่อยๆ เดินถือแฟ้มทำผัง process ประเมินคุณภาพ เหมือนกับกลายเป็นมนุษย์เดือนคนนึงแล้ว
     
    วันที่ 13 กุมภาฯ วันก่อนวันวาเลนไทน์ ก็ต้องไปดูโรงงานทำไปการประเมินอย่างจริงจังแล้ว รู้สึกขี้เกียจยังไงก็ไม่รู้
     
    ช่วงนี้อัพถี่แฮะ ไม่รู้เหมือนกันว่าอัพทำไม แต่ก็อยากเขียน(มั๊ง)
     
    ปล. วันนี้ผมมีความสุขดีครับ